การจัดหิ้งพระ-โต๊ะหมู่บูชา

เคล็ดลับ

เครื่องบูชาพระอันประเสริฐสุด : คือ การหมั่นทำบุญสร้างกุศล สวดมนต์ ไหว้พระ เจริญภาวนา ถวายเป็นพุทธบูชา ธรรมบูชา สังฆบูชา

เครื่องไหว้ทั่วไป : ดอกไม้ ธูป เทียน พวงมาลัย ดอกบัว

เครื่องไหว้พิเศษ : กรณีมีการกำหนดเครื่องไหว้ หรือข้อปฏิบัติมาโดยเฉพาะ ก็ปฏิบัติไปตามนั้น

การจุดธูปเทียน : หากสะดวกที่จะทำ ก็จุดตามมาตรฐานทั่วไป คือ 3 ดอก แต่กรณีไม่สะดวก ใช้สองมือตั้งจิตประนมมือสิบนิ้วต่างธูปเทียนบูชาพระก็ใช้ได้เช่นกัน

การดูแล : หมั่นรักษาความสะอาดหิ้งพระ โต๊ะหมู่บูชา อย่างสม่ำเสมอ

การจัดตั้งหิ้งพระและโต๊ะหมู่บูชา

เชื่อว่าหลายคนมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการตั้งบูชาพระในบ้านว่าควรตั้งอย่างไร จะหันหน้าไปทางทิศไหนดี หรือถ้าเรามีทั้งพระพุทธรูป หลวงปู่หลวงพ่อ เทพเทวดา รูปพ่อแม่ ควรจะตั้งอย่างไรถึงจะถูกต้อง

ในบทความนี้จึงจะขอกล่าวโดยรวม ซึ่งอาจจะขัดใจผู้ที่เป็นสายเคร่งพิธีกรรมไปบ้าง ก่อนอื่นต้องเข้าใจว่าสภาพการณ์ในปัจจุบันที่เปลี่ยนไปอย่างมาก แต่ละปัจเจกบุคคลก็มีปัจจัยแวดล้อม สภาพความเป็นอยู่หรือความพร้อมที่ต่างกัน ซึ่งก็ไม่อยากให้ปัจจัยเหล่านี้มีผลกระทบกับผู้ที่เลื่อมใสศรัทธาในพุทธศาสนาที่อยากจะตั้งพระไว้บูชาในที่อยู่อาศัย ไม่ว่าจะยากดีมีจนก็ควรตั้งพระบูชากราบไหว้ให้เป็นเครื่องยึดเหนี่ยวทางจิตใจและสิริมงคลแก่ชีวิตได้

การจัดตั้งหิ้งพระและโต๊ะหมู่บูชา

โดยคตินิยมแล้วพระพุทธรูปประจำบ้าน มักจะตั้งไว้ในห้องพระชั้นที่สูงที่สุดของบ้าน เพื่อเป็นการแสดงความเคารพว่าเป็นสิ่งสูงสุด และหันหน้าพระบูชาไปทางทิศตะวันออก ซึ่งเป็นทิศเดียวกับที่พระพุทธองค์ทรงหันพระพักตร์ไปในคราวที่ทรงตั้งจิตอธิษฐานนั่งใต้ต้นศรีมหาโพธิ์เพื่อปฏิบัติธรรมให้ถึงที่สุดในการบรรลุซึ่งพระอนุตรสัมมาสัมโพธิญาณ หรือบางทีก็นิยมหันไปทางทิศเหนือ เพราะเป็นทิศมงคลที่เชื่อว่าจะทำให้ผู้บูชาอยู่เหนือทุกข์โศกโรคภัย ประสบแต่ความสำเร็จทุกประการ และควรตั้งอยู่ในมุมสงบ เพื่อที่จะได้ไหว้พระ สวดมนต์ นั่งสมาธิได้แบบไม่มีสิ่งใดรบกวน

ซึ่งถ้าบางบ้านมีพื้นที่ มีบริเวณก็ไม่มีปัญหาอะไรในการทำแบบนั้น แต่ในโลกแห่งความเป็นจริง ผู้ที่อยู่คอนโด อพาร์ทเม้นท์ ห้องเช่า ทาวน์เฮาส์ สำนักงาน บ้านพักคนงาน ฯลฯ บ้านหรือห้องตัวเองอยู่ชั้นล่างสุดแต่ข้างบนมีอีกหลายชั้น ก็เลยเกรงว่านำพระมาตั้งแล้วจะดีไหม เพราะข้างบนก็จะมีคนเดินเหยียบข้ามหัวพระไปมา หรือบางคนมีพื้นที่จำกัด ไม่ได้กั้นเป็นสัดเป็นส่วนจะตั้งตรงหัวนอนก็ไม่มีที่จะตั้ง จะตั้งหน้าห้องน้ำก็กลัวบาปกรรม เป็นต้น


→ ห้อง มุมธรรมะ


ในการตั้งหิ้งพระบูชาให้เกิดความศักดิ์สิทธิ์นั้น ความศักดิ์สิทธิ์หรือบุญบารมีไม่เกี่ยวกับเรื่องของทิศทางหรือสถานที่ จะเห็นว่า “พระพุทธเจ้า พระอรหันต์ท่านเข้าไปทางไหน นั่งอยู่ที่ใด ทิศนั้นหรือสถานที่นั้นก็เป็นมงคลเสมอ แต่ในขณะที่คนชั่วคนไม่ดี หันหน้าไปทางไหน อาศัยอยู่ที่ใด ทิศนั้นสถานที่นั้นก็กลายเป็นอัปมงคลไปทันที”

เพราะฉะนั้นความศักดิ์สิทธิ์หรือความเป็นมงคลจึงขึ้นอยู่กับจิตของผู้บูชาพระเป็นหลัก เพราะฉะนั้นถึงแม้ว่าเราจะอยู่ในคอนโด ห้องเช่า หรือตึกแถวชั้นล่าง เราก็สามารถตั้งพระได้โดยไม่ต้องกลัวว่าคนข้างบนเขาข้ามไปมา

การจัดตั้งหิ้งพระและโต๊ะหมู่บูชา
ทุกวันนี้มีการสร้างตึกสูงมากมาย

พระจะเสื่อมไหม จะเป็นบาปหรือเปล่า

ในมุมมองของพระและเทวดาทั้งหลายนั้น ความสูงต่ำทางโลกเป็นเพียงเรื่องสมมติ โลกเรามีสัณฐานเป็นทรงกลม เพราะฉะนั้นถ้ามองจากอีกซีกโลกที่ตรงกันข้ามกับเรา เราซึ่งอยู่ชั้นต่ำกว่าก็จะอยู่สูงกว่าคนที่อยู่ชั้นสูงกว่าเราเสียอีก แล้วความสูงต่ำจะวัดจากไหน เป็นเรื่องคิดปรุงกันไปเองทั้งสิ้น ความสูงต่ำที่แท้จริงนั้นวัดกันที่จิตต่างหาก ใครจิตบริสุทธิ์สะอาดมีบุญกุศลมากนั่นคือคนชั้นสูง ใครจิตเต็มไปด้วยกิเลสโลภโกรธหลงนั่นคือคนชั้นต่ำ เพราะฉะนั้นถึงแม้เราจะอยู่อาศัยชั้นล่างกว่า แต่ถ้าเราตั้งพระบูชาไว้เพื่อกราบไหว้บูชาระลึกถึง พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ด้วยจิตบริสุทธิ์จริงแล้ว เราก็เป็นผู้อยู่ชั้นสูงกว่าคนที่อยู่เหนือหัวเราขึ้นไป เพราะเรามีจิตเป็นกุศลมากกว่า

ดังนั้นจึงไม่ต้องกังวลว่า ตั้งพระไว้ชั้นล่างแล้วพระจะเสื่อม หรือจะเป็นบาปกรรม เพราะพระพุทธเจ้าท่านอยู่ในชั้นสูงสุด ไม่มีใครจะเดินข้ามหัวท่านได้ ไม่มีอะไรจะมาทำให้ท่านเสื่อมได้ ขอเพียงเราทำจิตเราให้สูงด้วยบุญกุศลขึ้นทุกวันก็ถือว่าเราอยู่ชั้นสูงกว่าใครแล้ว หรือถ้าบางคนยังรู้สึกไม่มั่นใจ ก็อาจจะบอกกล่าวหลวงปู่ครูบาอาจารย์ท่านสักนิดหนึ่งว่า “หลวงปู่หลวงพ่อ ลูกไม่มีที่จริงๆ แต่ลูกอยากสวดมนต์กราบไหว้บูชาพระ ลูกจำเป็นต้องเอามาตั้งไว้ตรงนี้ ขอหลวงปู่เมตตาดูแลรักษาด้วย” อะไรก็ว่าไป ก็จะช่วยเพิ่มความมั่นใจให้กับผู้ใช้ให้สามารถสื่อถึงพระบูชาองค์นั้นด้วยความสบายใจมากขึ้น


→ ห้อง มุมธรรมะ


ตั้งรวมหรือตั้งแยกดี

ส่วนอีกปัญหาหนึ่งที่คนมักสงสัยกันมาก คือถ้ามีทั้งพระพุทธ พระสงฆ์ เทพ เทวดา รูปพ่อแม่ จะตั้งอย่างไรดีนั้น ก็มีหลักการง่ายๆ โดยหลักการนี้ใช้ได้ทั้งการตั้งโต๊ะหมู่บูชาและหิ้งพระ คือ ให้เราตั้งพระพุทธเจ้าไว้สูงที่สุด ถัดลงมาก็คือพระสงฆ์ หลวงปู่ครูบาอาจารย์ทั้งหลาย แล้วถัดลงมาอีกก็คือเทพเทวดาทั้งหลาย พระอินทร์ พระพรหม พระพิฆเนศ รวมทั้งกษัตริย์ผู้ทรงคุณทั้งหลาย เช่น พระนเรศวร พระเจ้าตากสิน รัชกาลที่ 5 ฯลฯ เพราะถือว่าท่านเป็นเทวดารักษาประเทศชาติแล้วถัดลงมาจึงเป็นรูปพ่อแม่หรือญาติที่เคารพนับถือ

ในกรณีที่มีพื้นที่เยอะหน่อย ก็อาจจะแยกหิ้งไปเลยก็ได้ว่า พระไว้หิ้งหนึ่ง เทวดาเอาไว้หิ้งหนึ่ง พ่อแม่ไว้อีกหิ้งหนึ่ง แต่ก็ควรไล่ลำดับความสูงของหิ้งเช่นที่กล่าวมาด้วย หรือถ้าไม่มีที่เลย มีหิ้งแค่ชั้นเดียว ก็สามารถตั้งได้ด้วยวิธีการง่ายๆ คือ ให้หากระดาษหรือผ้าขาวมารอง เช่น มีหิ้งอยู่ชั้นเดียว แล้วเรามีทั้งรูปพระพุทธ และพระสงฆ์ เราก็หากระดาษขาวมาหนึ่งแผ่น พับแล้ววางซ้อนลงไปใต้ฐานพระพุทธรูป แค่นี้ก็ถือว่าอยู่คนละชั้นกับพระสงฆ์แล้ว แม้ความสูงจะมองไม่เห็นด้วยตาเปล่าก็ไม่เป็นไร เพราะบุญเขาวัดกันที่เจตนา ถือว่าเป็นเจตนาบริสุทธิ์ที่จะยกองค์พระพุทธเจ้าให้อยู่สูงที่สุด จึงได้บุญจากยกย่องบูชาพระพุทธเจ้าเพิ่มเติมเข้าไปอีก

ตั้งพระบูชาแล้ว จะกราบไหว้อย่างไร

การจัดตั้งหิ้งพระและโต๊ะหมู่บูชา

เมื่อมีพระบูชาอยู่ที่บ้าน จะต้องกราบไหว้บูชาอย่างไรจึงจะเหมาะสม โดยถ้าเอากันตามความเป็นจริงแล้วการกราบไหว้บูชาที่สูงที่สุดนั้น คงไม่มีอะไรเกินกว่าการปฏิบัติธรรมถวายเป็นพุทธบูชา เพราะถือว่าเป็นการ “นำสิ่งบริสุทธิ์สูงสุด ไปบูชาสิ่งที่บริสุทธิ์สูงสุด” เพราะฉะนั้นการกราบไหว้บูชาพระต่างๆ นั้นสิ่งแรกที่เราจะต้องทำคือ เมื่อมีพระก็ต้องหมั่นนึกถึงพระ หมั่นสวดมนต์ไหว้พระ อย่างน้อยที่สุดก็ตอนตื่นเช้าและก่อนนอน ตื่นมาก็ไหว้พระ ทั้งวันนี้ใจเรามีพระนำหน้าแล้ว ก่อนนอนก็ไหว้พระอีกครั้งได้เห็นพระก่อนนอนนอนก็เป็นสุข ไม่กระสับกระส่ายฝันร้าย หลับไปในทะเลบุญ ฝันแต่สิ่งที่เป็นบุญกุศลจนตื่นในอีกวันหนึ่ง เรียกว่าใจได้อยู่กับพระอยู่กับบุญกุศลทั้งกลางวันกลางคืน

ถ้าใครมีเวลาก็สวดมนต์ จะสวดนะโมตัสสะฯ อิติปิโส ภะคะวาฯ สวดพาหุง สวดชินบัญชร ก็แล้วแต่ความชอบความศรัทธา เพราะทุกบท ล้วนกล่าวบูชาถึงซึ่งพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์เช่นเดียวกัน ถ้าใครมีเวลาก็นั่งสมาธิบูชา ต่อหน้าองค์พระก็จะยิ่งดี นั่งมองหน้าพระให้สบายใจไป สวดมนต์สักพักแล้วนั่งสมาธิ ทำใจให้สบาย จะกำหนดลมหายใจ กำหนดภาวนาพุทโธ ยุบหนอพองหนอ หรือจะมองภาพพระเป็นอารมณ์ก็แล้วแต่ความถนัด อาจจะทำซักวันละ 5-10 นาที ก็ได้ ไม่ต้องทำเยอะ แต่ขอให้ทำอย่างสม่ำเสมอ นั่นคือเครื่องบูชาอย่างสูงสุด ไม่มีเครื่องบูชาใดจะประเสริฐเท่าการปฏิบัติบูชาอีกแล้ว

การจัดตั้งหิ้งพระและโต๊ะหมู่บูชา

แต่ถ้าใครที่มีโอกาส มีเวลา มีความสะดวกที่จะสามารถทำได้ ก็อาจจะจุดธูปเทียน กราบไหว้บูชาพระ จะจุดตามมาตรฐานทั่วไป คือ จุดธูป 3 ดอก บูชาพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ก็ได้ หรือในความเป็นจริงจะจุดกี่ดอกก็ได้ ขึ้นอยู่กับว่าจิตของเราถึงพระไหม บางคนบอกจุดธูปดอกเดียวไหว้ศพ, จุด 3 ดอก ไหว้พระ, จุด 16 ดอก ไหว้เทวดา ฯลฯ แท้จริงแล้วไม่ใช่

จุดดอกเดียวหมายถึงพุทธะ
จุด 2 ดอก คือ กายกับจิต
จุด 3 ดอก คือ พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์
จุด 4 ดอก คือ พระอริยสัจ 4
จุด 5 ดอก คือ พระพุทธเจ้า 5 พระองค์
จุด 6 ดอก คือ ผัสสะทั้ง 6
จุด 7 ดอก คือ โพชฌงค์ 7
จุด 8 ดอก คือ อริยมรรคมีองค์ 8
จุด 9 ดอก คือ นวโลกุตรธรรม 9
จุด 10 ดอก คือ บารมี 10 เป็นต้น
เพราะฉะนั้น ถ้าจิตเราตั้งมั่นถึงพระถึงธรรมแล้ว จะจุดกี่ดอกก็ใช้ได้เหมือนกัน

แต่ถ้าไม่มีธูปเทียนหรือบางบ้านเป็นห้องแอร์จุดธูปเทียนไม่ได้ บางคนแพ้ควัน ก็เอาสองมือของเรานี่แหละ ตั้งจิตนึกเสียว่าประนมมือสิบนิ้วต่างธูปเทียนบูชาพระก็ใช้ได้เช่นกัน อยู่ที่จิตเราไหว้พระจริงเพียงใดเป็นสำคัญ หรือหากมีโอกาสก็อาจจะหาพวงมาลัย ดอกไม้ มาถวายบูชาท่านบ้าง แต่ไม่ต้องคล้องคอท่านเพราะดูเป็นการไม่เคารพนัก ให้วางบูชาไว้ด้านหน้าท่านหรือวางไว้บนหน้าตักท่านก็ใช้ได้แล้ว ถ้ามีแจกัน ก็เอาดอกไม้ใส่แจกันบูชาก็ได้ ซึ่งการบูชาด้วยดอกไม้ธูปเทียนนี้

บางคนคิดว่าไม่จำเป็นแค่ปฏิบัติบูชาก็พอ แต่เราอย่าลืมว่าเราปฏิบัติได้สูงถึงขั้นนั้นแล้วหรือ ขนาดหลวงปู่ครูบาอาจารย์เก่งๆทั้งหลายที่ท่านปฏิบัติมาทั้งชีวิต ท่านก็ยังถวายดอกไม้ธูปเทียนบูชาพระเช่นกัน เพราะในระดับเริ่มต้นนั้นการบูชาด้วยของที่มองเห็นจับต้องสัมผัสได้ ทำให้จิตคิดถึงบุญกุศลนั้นได้ง่ายกว่า จำบุญกุศลที่เคยทำได้ง่ายและชัดเจนกว่า เกิดความศรัทธาเชื่อมั่นในการบูชามากกว่า เป็นเครื่องโน้มจิตไปหาพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ได้ง่ายกว่า

การจัดตั้งหิ้งพระและโต๊ะหมู่บูชา
หลายบ้านจัดของไหว้พระเป็นผลไม้

ส่วนในกรณีของหลวงปู่ครูบาอาจารย์ หรือเทพเทวดาต่างๆ บางครั้งก็มีการกำหนดเครื่องไหว้มาโดยเฉพาะ เช่น ต้องมีดอกไม้ธูปเทียน หมากพลู ยาเส้น มะพร้าวอ่อน กล้วย อ้อย ฯลฯ การบูชาลักษณะนี้ ก็ขอให้ดูเป็นกรณีไป ถ้าเขามีการกำหนดข้อปฏิบัติอย่างไรมาบ้าง ก็ปฏิบัติไปตามนั้นก็ได้ เพราะข้อปฏิบัติเหล่านั้นเป็นสิ่งที่เขาบอกกล่าวมาจากหลวงปู่ครูบาอาจารย์โดยตรง จึงเป็นข้อปฏิบัติที่ทำให้สื่อพลังงาน ถึงองค์พระเหล่านั้นได้ง่ายขึ้น แต่ถ้าจิตเราถึงจริงๆแล้ว แม้ไม่ต้องใช้อะไรเลยก็ได้ เพราะอย่าลืมว่าหลวงปู่ครูบาอาจารย์ และเทพเทวดาทั้งหลาย ก็ไหว้พระพุทธเจ้าทั้งสิ้น เพราะฉะนั้นถ้าจิตเราถึงพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์จริง กราบไหว้บูชาด้วยการปฏิบัติธรรมสร้างบุญกุศลจริง ก็เป็นการกราบไหว้บูชาอันสูงสุดทั้งสิ้น เพราะกล้วย อ้อย มะพร้าว ฯลฯ เหล่านั้น เทพเทวดาเขาไม่ได้กินได้ใช้แต่อย่างใด เพราะเขามีร่างเป็นทิพย์อยู่แล้ว และอิ่มทิพย์ด้วยบุญกุศลที่เขาทำมา สิ่งที่เขาต้องการจึงมีแต่บุญ เพราะฉะนั้นถ้าจิตเราเป็นบุญอย่างเต็มที่ สวดมนต์ไหว้พระมีศีลมีธรรมบริสุทธิ์ หมั่นทำบุญสร้างกุศลแผ่เมตตาแผ่บุญไปให้กับเทพพรหมทั้งหลายอยู่เสมอ เทวดาทั้งหลายย่อมมารักษาเราอย่างแน่นอน แม้เราจะไม่ได้ตั้งเครื่องบูชาอะไรไว้เลยก็ยังได้ เพราะเขาต้องการบุญ ก็ต้องดูแลเราให้สะดวกสบายให้มีโอกาสทำบุญ ใช้บุญกุศลนี่แหละไหว้ไปเลยได้ครบหมด

การจัดตั้งหิ้งพระและโต๊ะหมู่บูชา
ดอกไม้ที่นำมาร้อยเป็นพวงมาลัย ก็เป็นที่นิยมในการถวายพระ

แต่ถ้าจิตยังไม่ถึง ยังไม่มั่นใจ ก็อาจใช้เครื่องไหว้ต่างๆ ตามที่เห็นสมควร ที่ไม่ลำบากเดือดร้อนสร้างความกังวลให้แก่เราจนเกินไป เช่น กังวลว่าธูปจะไหม้ ผลไม้จะมีมดขึ้น เงินไม่มีซื้อของไหว้ต้องไปกู้ยืม ฯลฯ เพราะถ้าไหว้ด้วยจิตเป็นกังวลหม่นหมอง จิตก็จะไม่มีความบริสุทธิ์สะอาด จิตจะคลอนแคลนฟุ้งซ่านไม่เข้าถึงพระที่กำลังไหว้อย่างแท้จริง ทำให้บุญกุศลที่จะเกิดจากการไหว้นั้นลดลงไปด้วย จึงต้องดูความเหมาะสมให้ดีจะไหว้แบบมีของ หรือไม่มีก็ได้ ขอเพียงไหว้แล้วสบายใจ มั่นใจ จิตถึงพระได้จริง นั่นก็เป็นการไหว้บูชาพระที่ดีที่สุดแล้ว

และอีกข้อที่ไม่ควรลืมนอกจากจะหมั่นรักษา กาย วาจา ใจ แล้ว คือหมั่นดูแลรักษาทำความสะอาดหิ้งพระ โต๊ะหมู่บูชา อย่างสม่ำเสมอ เพื่อความเรียบร้อยสวยงาม นอกจากแสดงถึงความเคารพต่อสิ่งที่เราบูชานับถือแล้ว เวลามองดูก็สดชื่นสบายตา นำพาให้จิตใจมีความผ่องใสตามไปด้วย เรียกได้ว่าเป็นการรักษาความสะอาดทั้งนอกและในอย่างแท้จริง

ขอบคุณข้อมูลบางส่วนจาก
– ดร.รอบทิศ ไวยสุศรี แฟนพันธุ์แท้พระเกจิคณาจารย์ ปี 2006
– หนังสือตอบโจทย์พระเครื่อง รู้เรื่องของขลัง ของสำนักพิมพ์ ND Publishing


หากข้อมูลนี้มีความผิดพลาดประการใดหรือละเมิดต่อสิทธิของท่าน โปรดแจ้งมาที่ phopprashop@gmail.com