การเชื่อมต่อบุญกับพระ

การเชื่อมบุญ เรียกได้ว่าเป็นอีกองค์ประกอบสำคัญ ของการขอพรจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ท่านสถิตอยู่ในองค์พระพุทธรูป ตามพุทธสถาน หรือแม้แต่ในพระเครื่อง วัตถุมงคลต่างๆ ให้ได้ผล เราต้องหมั่นทำบุญสร้างคุณงามความดีควบคู่ไปด้วย เปรียบเหมือนในทางโลกที่เราจะได้รับแรงสนับสนุนส่งเสริมใดๆจากผู้หลักผู้ใหญ่หรือใครก็ตาม เพื่อให้ประสบความสำเร็จหรือแก้ไขปัญหาและอุปสรรคที่กำลังเกิดขึ้น ตัวเราเองที่จะไปขอความช่วยเหลือก็ต้องมีคุณงามความดีมากพอเป็นทุนรอนของตนด้วย

การเชื่อมต่อบุญกับพระ

จะไปขอความช่วยเหลือ ก็ต้องมีทุนรอนของตนด้วย

หากเราไม่มีบุญหรือไม่มีทุนของเราไว้ก่อน ไม่เคยคิดจะทำ ไม่เคยสร้างไว้ เราก็เหมือนยังเป็นคนที่ไม่น่าเชื่อถือ ไม่มีเครดิต ไม่คิดที่จะทำอะไรเอาไว้เป็นทุน ซึ่งท่านก็ไม่อาจที่จะช่วยหรือส่งเสริมเราได้ เพราะเราไม่ได้ทำอะไรไว้เลย

จึงเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างมากที่เราจำเป็นต้องสร้างบุญไว้ เพราะหากเรามีทุนของตัวเองบ้างแล้ว เมื่อไปขอความช่วยเหลือใคร ท่านก็ย่อมมีสิทธิ์ที่จะพิจารณาให้ความเมตตาช่วยเหลือ

คนที่ไม่มีบุญนั้น เวลาไหว้ขอพรจากพระพุทธรูปที่นับถือ วัตถุมงคลที่บูชา สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่สถิตอยู่ที่พระพุทธรูป หรือวัตถุมงคลนั้น ก็อาจจะช่วยไม่ได้ ไม่ใช่ว่าท่านไม่อยากช่วย แต่ท่านช่วยไม่ได้เพราะเราทำตัวของเราเอง เหมือนกับเราไม่ยอมเปิดประตูบ้านเมื่อเกิดไฟไหม้บ้าน แล้วใครที่ไหนจะเข้าไปในบ้านแล้วช่วยดับไฟนั้นได้

หรือเหมือนว่าเป็นโรคร้ายแล้วไปหาหมอ เมื่อตรวจอาการแล้วหมอก็บอกว่าถ้าอยากหายต้องกินยานะ แต่เราไม่ยอมกินหรือกินไม่ครบถ้วนตามที่หมอสั่ง ทำตัวรู้ดีกว่าหมอ ไอ้โรคร้ายที่เราเป็นมันจะไปหายได้อย่างไร

การที่จะขอให้ท่านช่วยเหลืออะไรนั้น ถ้าอยากให้สำเร็จโดยเร็วพลัน เราซึ่งเป็นผู้ที่ขอ ต้องทำการเชื่อมบุญกุศล คุณงามความดีไปให้ท่านเสียก่อน อันนี้เป็นหัวใจสำคัญมาก

การเชื่อมต่อบุญกับพระ

การเชื่อมบุญคืออะไร แล้วทำไมต้องเชื่อมบุญ

การเชื่อมบุญ อธิบายได้ว่าเป็นการรวบรวมทั้งบุญเก่าและบุญใหม่เข้าไว้ด้วยกัน เพื่อทำให้บุญนั้นเกิดพลังที่ยิ่งใหญ่และมากพอ เพื่อรวบรวมบุญนั้นพอแล้ว ก็จะทำการอธิษฐานจิตหรืออุทิศบุญไปให้พระพุทธรูปที่เราได้ไปทำการสักการะบูชา ไม่ว่าจะเป็นพระพุทธรูปเพื่อตั้งบูชาในบ้าน ที่วัด หรือที่ใดก็ตาม แม้แต่วัตถุมงคลที่เราแขวนติดตัว

การเชื่อมบุญนี้เอง จะทำให้ท่านได้รู้จักเรามากขึ้น เชื่อได้ว่าหากใครก็ตามมีจิตสำนึกถึงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นพระพุทธรูป วัตถุมงคล สถานที่สำคัญ ครูบาอาจารย์ในอดีต องค์เทพเทวดา พรหม ในระดับต่างๆ เชื่อได้เลยว่าชาติหนึ่งชาติใดเราต้องเคยสร้างบุญร่วมกันกับท่านเหล่านั้นมาอย่างแน่นอน เช่น พระพุทธชินราช แม้ว่าในชาตินี้เรายังไม่เคยมีโอกาสไปไหว้องค์จริงของท่านที่เมืองพิษณุโลก ซึ่งท่านประดิษฐานอยู่ แต่ทำไมเมื่อเราเห็นท่านครั้งแรกไม่ว่าจะในรูป อยู่ในองค์จำลอง เราจึงรู้สึกเลื่อมใส อยากมีรูปจำลองท่านไว้ที่บ้าน

อธิบายได้ว่าชาติหนึ่งชาติใดในอดีต เราอาจเคยได้ทำบุญ ถวายบุญ เคยไปกราบขอพรจากท่าน หรือเคยมีองค์จำลองของท่านไว้กราบไหว้บูชามาแล้ว หรือกระทั่งเคยพบกับความมหัศจรรย์ที่ท่านเคยเมตตามาก่อน ทำให้มีจิตผูกพันอยู่กับท่านมาถึงในชาตินี้ เพียงเห็นครั้งแรกก็รู้สึกคุ้นเคย และอยากขอพรท่านอีกในชาตินี้

เหมือนกับคนแปลกหน้าที่เราพบเจอครั้งแรก บางคนเราก็รู้สึกดีเหมือนกับเคยรู้จักกันมาก่อน อยากจะคบหาสมาคมกันต่อไป อย่างนี้เรียกว่ามีบุญร่วมกันมา แต่ทำไมอีกคนที่เจอ เรารู้สึกเกลียดตั้งแต่เห็นหน้าครั้งแรก อย่างนี้เขาเรียกว่ามีกรรมชั่วต่อกันมา แล้วยังไม่มีการอโหสิกรรมแก่กัน

สำหรับคนที่เห็นองค์หลวงพ่อพระพุทธชินราชแล้วรู้สึกเลื่อมใสอย่างแรงกล้านั้น อาจจะเพราะเคยมีการเชื่อมบุญเก่ากับท่านไว้แล้วในระดับหนึ่ง พอมาชาตินี้ได้เชื่อมบุญใหม่อีกครั้ง ก็ย่อมทบเท่าทวีคูณไป การขอความเป็นสิริมงคลกับท่าน ย่อมจะเกิดขึ้นในชีวิตอย่างแน่นอนไม่ว่าทางใดทางหนึ่ง

หรือแม้แต่หลวงปู่ทวดพระอริยสงฆ์ในยุคสมัยกรุงศรีอยุธยา แม้ท่านได้ละสังขารไปนานแล้ว แต่ทำไมคนในยุคนี้เมื่อมีเรื่องเดือดร้อนจึงพากันนึกถึงท่านเป็นอันดับแรก เรื่องนี้อาจตอบได้เลยว่าคนๆนั้นอาจเคยเกิดในสมัยที่หลวงปู่ทวดยังมีชีวิต เคยได้ปรนนิบัติรับใช้ หรือแม้ไม่ได้อยู่รับใช้ใกล้ชิดแต่ได้เอาคำสอนของท่านเป็นหลักในการดำเนินชีวิต ก็ถือว่าเป็นลูกศิษย์ท่านได้เช่นกัน พอมาชาตินี้ความทรงจำเดิมหรือสัญญาเดิมนั้นยังคงติดมา ทำให้นึกถึงท่านเวลาต้องการความช่วยเหลือ เรื่องเหล่านี้เป็นคำตอบได้ดีถึงการที่คนเรามีการเวียนว่ายตายเกิดมาแล้วหลายภพชาติ

เวลาที่ผ่านมาจนถึงชาตินี้ อาจจะเนิ่นนานมากจนเราจำกันไม่ได้ หากเราได้ทำการเชื่อมบุญกับท่านอีกครั้ง นำบุญกุศลมาถวายให้แก่ท่าน ก็จะทำให้ท่านจำเราได้ หากว่าเรานั้นเป็นคนดีสร้างกรรมดีไว้ ก็จะส่งผลในเวลาอันใกล้ ถ้าเรายังไม่เคยมีบุญร่วมกับท่านมาก่อน บุญใหม่ก็จะเป็นตัวเชื่อมให้ท่านได้รู้จักกับเรา ท่านจะได้เมตตาโมทนาบุญนี้ อำนวยพรให้เราได้สมความปรารถนาในกาลต่อไป

การเชื่อมต่อบุญกับพระ
พระพุทธชินราช ประดิษฐานอยู่ ณ วัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร จ.พิษณุโลก

การเชื่อมบุญ ก็เหมือนการทำความรู้จักกัน

การเชื่อมบุญ หากจะแปลความให้พอเข้าใจง่ายๆ ก็เหมือนการทำความรู้จักกันนั่นเอง ตอนแรกๆยังไม่รู้จักกันเดินสวนกัน เจอหน้ากันอย่างดีก็แค่ยิ้มแล้วเดินผ่านไป ต้องมีเหตุการณ์อะไรสักอย่างที่ทําให้รู้จักกันถึงจะพูดคุยกันได้ อย่างน้อยก็ทักกันว่าสวัสดีหรือการช่วยเหลือกันเล็กๆน้อยๆ ทำให้ต่างคนจำกันได้ เพราะเวลาที่เราจะได้พบกันครั้งต่อไป ก็จะกลายเป็นคนรู้จัก และหลังจากนั้นก็ทำความสนิทสนมกันมากขึ้น ก็จะกลายเป็นการสร้างสายสัมพันธ์ต่อกัน จะสามารถพัฒนาไปเป็นเพื่อนสนิท กลายเป็นคนรู้ใจ หรือแม้แต่กลายเป็นคู่ชีวิตกันในอนาคตเป็นต้น

หากจะกล่าวว่าการทำความรู้จักกันให้เกิดความสนิทสนม คือการต้องพบปะกันบ่อยๆ ได้พูดคุยกัน คอยช่วยเหลือกันและกัน เป็นการเชื่อมสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับมนุษย์ และการเชื่อมบุญก็คือการกระทำที่ทำให้เราได้มีโอกาสทำความรู้จักเชื่อมสัมพันธ์เรากับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย อย่าลืมว่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์นั้น ท่านเป็นผู้ที่อยู่ในภพภูมิที่สูงกว่าเรา มีความบริสุทธิ์มากกว่าในเรื่องของคุณงามความดี เราจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องสร้างบุญบารมีให้มากๆ และนำบุญที่ได้ทำนั้นถวายแก่ท่าน เหมือนการฝากตัวเพื่อให้ท่านได้รู้จักและคุ้นเคยกัน คิดตามง่ายๆว่าถ้าคนไม่รู้จักกัน จะให้ความช่วยเหลือเกื้อกูลกันก็คงเป็นไปได้ยาก

เพราะฉะนั้นการเชื่อมบุญนี่แหละ จะเป็นตัวประสานทำให้เราสามารถรู้จักกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ได้ และท่านก็จะรู้จักเราเช่นกัน ในเมื่อเรายังเป็นมนุษย์อยู่ในโลกมนุษย์ เราไม่อาจสัมผัสกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่สถิตอยู่ในพระพุทธรูป พระเครื่อง วัตถุมงคลต่างๆได้ การเชื่อมบุญไม่ว่าจะเป็นการถวายบุญ โมทนาบุญ คุณงามความดีให้แก่ท่านไปด้วย ซึ่งถือเป็นการสร้างบุญในอีกทางหนึ่งตามหลักบุญกิริยาวัตถุ 10 เมื่อท่านได้รับบุญที่เราได้สร้างแล้ว หากไม่เกินกรรมท่านก็พร้อมที่จะช่วยเหลือ และอำนวยพรให้เราประสบความสำเร็จอย่างที่ต้องการ ดั่งหลายท่านอาจจะเคยได้ยินคำกล่าวที่ว่า “ถ้าไม่มีบุญมากพอ จะทำอะไรก็ไม่ประสบความสำเร็จ แต่เมื่อถึงเวลาต่อให้เอาช้างมาฉุด หรือแม้แต่ฟ้า ก็ไม่อาจจะขวางกั้นได้”

เพราะอย่างนี้ การทำบุญพระท่านจึงมักจะบอกให้เราอุทิศบุญกุศล หรือแผ่เมตตาตั้งจิตอธิษฐานขอให้ผลบุญกุศลนี้ส่งไปถึง ซึ่งการเชื่อมบุญนั้นเราสามารถทำได้ตลอดเวลา ทุกครั้งที่มีการทำบุญด้วยวิธีมากมาย หรือย่างง่ายที่สุดก็คือเมื่อลืมตาตื่นเช้าขึ้นมา ก่อนทำกิจการใดๆขอให้สวดมนต์ ทำสมาธิ สมาทานศีล 5 มาไว้กับตัว เท่านี้ก็เกิดบุญแล้ว ก็รอเชื่อมบุญไปยังสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ที่ให้ความเคารพได้ทันที ไม่ได้เป็นการสิ้นเปลืองอะไรเลย

การเชื่อมต่อบุญกับพระ
การเดินจงกรม เป็นการปฏิบัติธรรมอย่างหนึ่ง

วิธีการในการเชื่อมบุญจะทำอย่างไร ???

หลังจากที่เราได้ทำบุญ จะมีข้อปฏิบัติหนึ่งที่เรียกว่า อุทิศบุญกุศลและกล่าวคำโมทนาบุญแบบต่างๆ การกระทำนี้เองที่สื่อความหมายถึงการเชื่อมบุญ เป็นการส่งบุญให้ถึงกับผู้รับได้อย่างชัดเจน วิธีการที่เราคุ้นเคยกันก็คือการแผ่เมตตา ถวายบุญ อุทิศส่วนบุญส่วนกุศล หรือแม้แต่มีการกรวดน้ำส่งบุญไปให้นั่นเอง การแผ่เมตตาเป็นการเจริญเมตตาให้ตนเองและผู้อื่นโดยมีจุดประสงค์เพื่อให้จิตใจอ่อนโยน มีจิตเมตตาเป็นที่ตั้งอยู่ในตนเองเสมอ ทำให้เป็นที่รักใคร่ของผู้อื่น และทำให้ผู้ที่เจริญเมตตาเป็นประจำ กลายเป็นคนที่คิดดี พูดดี ทำดี ต่อตนเอง และผู้อื่นอยู่เสมอ

การเชื่อมบุญไปถึงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เป็นพระพุทธรูป วัตถุมงคล พระเครื่อง ควรถวายบุญเจาะจงไปถึงท่านเลย เช่น ถ้าเป็นพระพุทธชินราช เราก็ต้องเอ่ยนามท่านด้วย เป็นหลวงปู่ทวด เราก็ต้องเอ่ยนามหลวงปู่ทวดไปเลย เป็นต้น สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายไม่ว่าจะเป็นพรหม เทพเทวดาทั้งหลายที่สถิตอยู่ จะได้มาร่วมโมทนาบุญที่เราอุทิศไปให้ วิธีการเชื่อมบุญก็สำเร็จครบถ้วน


วิธีสร้างบุญบารมีง่ายๆในชีวิตประจำวัน


ถ้าไม่รู้ชื่อ ผู้ที่เราจะเชื่อมบุญ

ในกรณีที่เราไม่รู้จักชื่อเฉพาะของท่าน ให้เอ่ยว่า

“ข้าพเจ้าขอน้อมถวายบุญนี้เป็นพุทธบูชา ธรรมบูชา สังฆบูชา แด่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทุกๆพระองค์ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่สถิตอยู่ในพระพุทธรูปนี้ สถานที่แห่งนี้ หรือพระเครื่อง วัตถุมงคลนี้ และผลบุญทั้งหมดนี้ จงเป็นพลวปัจจัยให้ข้าพเจ้า มีความสุขความเจริญ ทั้งทางโลกและทางธรรม ให้เข้าถึงพระนิพพานในกาลเบื้องหน้าด้วยเทอญ”

หากเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์อื่นๆก็จะมีการตั้งจิตอธิษฐานถวายหรืออุทิศบุญกุศลคล้ายๆกัน แต่ที่แตกต่างกันออกไป คือเนื้อความที่กล่าวถึง แต่ไม่ว่าจะเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์แบบไหน ก็ใช้หลักการถวายหรืออุทิศบุญเพื่อเชื่อมบุญเช่นเดียวกันทั้งสิ้น แต่ต้องไล่เรียงลำดับบุญบารมีของท่านด้วย ต้องเริ่มจากพระพุทธเจ้าพระปัจเจกพระพุทธเจ้า พระอรหันต์เจ้า พระโพธิสัตว์ พรหม เทพเทวดา จนถึงครูบาอาจารย์ที่เป็นพระสงฆ์ ไล่ลงไปเป็นบุคคลไม่ว่าจะเป็นพระมหากษัตริย์ บรรพบุรุษ ผู้มีพระคุณ เจ้ากรรมนายเวร ไปจนถึงสรรพดวงวิญญาณสรรพสัตว์ทั้งหลาย

อย่างที่บอกถ้าต้องการที่จะได้ผลเร็วและดีเลิศ ต้องระบุชื่อของสิ่งศักดิ์สิทธิ์อย่างเฉพาะเจาะจง และสร้างบุญ สร้างกรรมดี เป็นการบูชาท่านด้วยการปฏิบัติบูชา หมั่นสวดมนต์ ทำสมาธิ สมาทานศีล 5 และเชื่อมบุญบ่อยๆ เมื่อต้องการความเมตตาช่วยเหลือจากท่านในเรื่องใดที่เร่งด่วน หรือที่เราดูว่ายากเกินกำลังเราจะแก้ไข ก็ให้เราอธิษฐานจิตขอบารมีจากท่าน

การปฏิบัติเช่นนี้ จะทำให้ตัวเองเป็นผู้มีบุญพอสมควร เป็นผู้บริสุทธิ์มากยิ่งขึ้น และต้องยึดหลักการสร้างบุญด้วยทาน ศีล ภาวนา เป็นเครื่องสำคัญในการสร้างบุญ ละเว้นความชั่วทั้งปวง ไม่เปิดทางให้วิบากกรรมไม่ดีใหม่มารวมตัวกัน แล้วส่งผลอื่น อย่าประมาท อย่าไปคิดว่าทำครั้งเดียวได้ จงทำบ่อยๆ เหมือนปมเชือกที่ผูกไว้หลายทบ ต้องใช้เวลาในการแก้เงื่อนฉันใด วิบากกรรมไม่ดีที่มีมากมายหลายภพชาติเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน ก็ต้องใช้เวลาแก้ไขไปทีละเรื่องไปทีละอย่าง

สายธารแห่งบุญก็เช่นกัน เปรียบเสมือนลำธารน้ำของความเป็นจริงในโลก ไม่มีน้ำในลำธารที่ไหลเร็วและแรง โดยไม่มีสิ่งใดมาขวาง แต่มีก้อนหินโสโครกหรือเปรียบได้กับกรรมชั่วที่เราเคยทำไว้ มาวางขวางสายธารแห่งบุญเต็มไปทั่ว น้ำจึงไหลไม่สะดวก เราต้องใช้เวลาในการยกก้อนหินแต่ละก้อนนั้นออกไป ทำไปเรื่อยๆจนในที่สุดหินโสโครกพวกนั้นก็ค่อยๆหมดสิ้นไปจากลำธารแห่งนั้น กลายเป็นลำธารที่ไหลสะดวก ให้ความชุ่มฉ่ำเต็มที่ เมื่อนั้นผลบุญก็จะส่งผลเต็มที่ และยิ่งมีน้ำจากแม่น้ำใหญ่ ซึ่งเปรียบดังบุญบารมีของสิ่งศักดิ์สิทธิ์เมตตาส่งมาช่วยอีกแรง ก็จะไม่มีอะไรในโลกที่จะต้านทานแรงบุญได้เลย


หากข้อมูลนี้มีความผิดพลาดประการใดหรือละเมิดต่อสิทธิของท่าน โปรดแจ้งมาที่ phopprashop@gmail.com