ความฝัน บอกอะไรกับเรา

สำหรับมนุษย์แล้ว กล่าวได้ว่าดินแดนแห่งความฝันเป็น “ดินแดนปริศนา” การหลับฝัน คือการที่เราก้าวเข้าไปสู่เบื้องลึกของจิตใจ กลับไปสู่อดีต ไปสู่ความทรงจำ ไปสู่ความปรารถนาอันลี้ลับที่เราเก็บกักไว้ เป็นการเล่นซ้ำของอดีตที่สวยงาม หรืออดีตอันหลอกหลอนที่เราไม่อยากจดจำ ความฝันจึงเป็นดินแดนของสรรพสิ่งและเรื่องราวที่เราฝังกลบไว้ ก่อนตื่นขึ้นมาใช้ชีวิตอีกครั้ง

ความฝัน บอกอะไรกับเรา

ทำไมเราจึงฝัน

เชื่อว่ามนุษย์ทุกคนเคยฝัน เคยสร้างภาพและเรื่องราวในยามหลับ บทความนี้จะสรุปเรื่องราวของความฝันมาให้ทราบกัน โดยนิยามของความฝัน มีอยู่หลายแนวความเชื่อหลายการวิเคราะห์จากทั่วโลกคร่าวๆดังนี้

ชาวกรีก และโรมันโบราณ มีความเชื่อกันว่า “ความฝัน” คือ สารจากพระเจ้า

นักจิตวิทยา เชื่อว่า “ความฝัน” คือการแสดงออกของความนึกคิด ความรู้สึก และเหตุการณ์ต่างๆ ที่ผ่านเข้ามาในสมอง ในขณะที่เรากำลังนอนหลับอยู่ ทำหน้าที่เป็นทางเชื่อมต่อระหว่างจิตสำนึก และจิตใต้สำนึก

นักวิยาศาสตร์ นักวิจัยทางการแพทย์ กล่าวว่า “ความฝัน” คือกลไกการเคลียร์และจัดระเบียบทางสมองใหม่ เพราะในแต่ละวันร่างกายเราเหมือนเครื่องจักรทำงานตลอดเวลา การนอนเปรียบเหมือนการให้เครื่องจักรได้หยุดพักทำงาน สะสมพลังงาน ซ่อมแซมตัวเอง และขับของเสียออก ความฝันคือเอฟเฟคเมื่อเกิดการเคลียร์สมองระหว่างการนอน

อย่างไรก็แล้วแต่ในมุมมองของพระพุทธศาสนา ได้กล่าวถึงความฝันไว้เหมือนกัน โดยมีความเชื่อดังนี้

สาเหตุของความฝัน 4 ประการตามหลักพุทธศาสตร์

ในทางพุทธศาสตร์กล่าวว่า ความฝันเกิดจากเหตุปัจจัย 4 อย่าง คือ

1. ธาตุวิปริต

คือ การที่สุขภาพไม่ดี ร่างกายไม่สบายหรือไม่เป็นปกติ มีอาการป่วยทางร่างกายในด้านต่างๆ ทำให้เวลากลางคืนหลับไม่สนิท จึงฝันไปเรื่อยเปื่อย ซึ่งเป็นความฝันที่ไม่ค่อยจริง และเชื่อถือไม่ได้ เพราะเกิดจากร่างกายที่ไม่แข็งแรง ทำให้คิดปรุงแต่งออกมาเป็นความฝันแบบครึ่งหลับครึ่งตื่น เมื่อตื่นมาก็ยังจำได้ว่าฝันอะไรไปบ้าง เพราะจิตหลับไม่สนิท

2. จิตนิวรณ์

คือ จิตมีความผูกพันอยู่กับสิ่งใดสิ่งหนึ่ง อาจเป็นเรื่องที่เกิดขึ้น สิ่งของ สถานที่ หรือบุคคล จึงนำมาปรุงแต่งเป็นความฝัน เช่น ฝันถึงคนเคยรู้จักกันที่ยังมีชีวิตอยู่ หรือเสียชีวิตไปแล้ว อาจฝันดีหรือฝันร้ายก็ได้ ฝันดังกล่าวบางครั้งก็เป็นจริง แต่หลายครั้งไม่จริง อย่างไรก็ตามหากฝันถึงคนที่เสียชีวิตไปแล้วเห็นเขาอยู่ในสภาพที่ไม่ดี ก็ควรทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้เพื่อความสบายใจ เขาจะได้รับส่วนบุญหรือไม่นั้นยากจะหยั่งรู้ได้ แต่ผู้ที่ทำบุญย่อมได้รับบุญนั้น

3. เทพสังหรณ์

คือ เทวดามาดลใจให้ฝัน อาจแม่นหรือไม่แม่นก็ได้ เพราะเทวดามีทั้งสัมมาทิฐิ และมิจฉาทิฐิ มีทั้งมีบุญบารมีมากและมีน้อย หากเทวดาที่มีสัมมาทิฐิมีบุญบารมีมากมาเข้าฝัน เรื่องที่ฝันก็เป็นความจริง

4. สุบินนิมิต หรือ บุพนิมิต

ฝันเพราะมีลางบอกเหตุ ว่าจะได้พบเจอสิ่งใดในกาลข้างหน้า เป็นความฝันที่เป็นจริง เป็นความฝันของคนที่มีบุญญาธิการ เป็นฝันที่เกิดจากกำลังบุญที่บันดาลให้ฝัน ดังเช่น พระโพธิสัตว์ก่อนที่จะตรัสรู้ธรรมก็เคยพระสุบิน (ฝัน) 5 อย่าง

ฝันที่ 1 ว่าพระองค์ทรงบรรทมอยู่ มีเขาหิมพานต์เป็นเขนย (หมอน) พระหัตถ์ซ้ายแช่ในมหาสมุทรฝั่งทิศตะวันออก พระหัตถ์ขวาแช่ในมหาสมุทรฝั่งทิศตะวันตก พระบาททั้งสองข้างแช่อยู่ในมหาสมุทรฝั่งทิศใต้ ซึ่งถือเป็นนิมิตหมายว่าพระองค์จะได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าที่ไม่มีใครในโลกเสมอเหมือนได้ เพราะเป็นธรรมที่ครอบคลุมได้ทั้งโลก

ฝันที่ 2 ว่าพระองค์ทรงบรรทมอยู่ แล้วที่พระนาภี (สะดือ) มีหญ้าแพรกเส้นหนึ่งขึ้นมาสูงเสียดฟ้า เป็นฝันที่บอกว่าพระองค์จะตรัสรู้อริยสัจ 4 และอริยมรรคมีองค์ 8 แล้วนำมาสอนให้ทั้งมนุษย์จรดเทวดาทุกชั้นฟ้าได้รู้ในสัจธรรม

ฝันที่ 3 ว่ามีหนอนตัวสีขาวแต่หัวสีดำจำนวนมากไต่จากพระบาทขึ้นมาถึงพระชานุ (เข่า) เป็นนิมิตให้รู้ว่าจะมีคฤหัสถ์ (ชาวบ้านทั่วไปที่ไม่ใช่นักบวช) มาถือพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่งอันสูงสุดมากมาย

ฝันที่ 4 ว่ามีนก 4 สีบินจากทิศทั้ง 4 มาสยบแทบพระบาทมากมายมหาศาล เป็นนิมิตให้รู้ว่าจะมีบุคคลที่มาจากวรรณะทั้ง 4 มามีศรัทธาขอออกบวชเป็นสาวกของพระองค์มากมาย

ฝันที่ 5 ว่าพระองค์เสด็จดำเนินบนภูเขาที่เต็มไปด้วยมูตรคูถ (ปัสสาวะ-อุจจาระ) แต่กลับไม่เปื้อนเลย เป็นนิมิตรที่บอกให้รู้ว่าพระองค์จะทรงเผยแพร่ธรรมแล้วมีผู้คนมากมายมาศรัทธาจนมีลาภสักการะบังเกิดขึ้นมหาศาล แต่พระองค์ไม่ได้ติดอยู่ในสิ่งเหล่านี้เลย ทรงยกพระองค์อยู่เหนือสรรพสิ่งทั้งปวง เพราะพระนิพพานคือสิ่งที่มีค่าและสำคัญที่สุด

กล่าวได้ว่าความฝันทั้ง 5 ของพระโพธิสัตว์เป็นฝันที่มีบุญมาก ไม่ใช่การฝันที่สะเปะสะปะ แต่เป็นฝันเรื่องราวที่เป็นเรื่องจริง เพราะเป็นบุพนิมิต เกิดจากบุญบารมีที่ได้สั่งสมมาแล้ว

ความฝัน บอกอะไรกับเรา

→ อ่านเรื่อง นอนไม่หลับทำสุขภาพเสื่อม


แม้ความฝันของคนเราอาจเกิดจากเหตุปัจจัยต่างๆ ดังกล่าว ผู้ฝันก็ไม่ควรจะจริงจัง หมกมุ่น หรือยึดติดกับความฝันมากนัก จะทำให้จิตพะวงอยู่แต่กับความฝัน หากฝันร้ายอยู่เป็นประจำ ก่อนนอนจิตก็จะกังวลว่าจะฝันร้ายอีก จิตจึงมีนิวรณ์พาให้ฝันร้ายจริงๆ

ควรดูแลสุขภาพให้ดี สวดมนต์ นั่งสมาธิก่อนนอนเป็นการเคลียร์จิตตัวเองให้ผ่องใส สะอาด จะได้ไม่มีสิ่งมารกใจจนเก็บไปฝัน หรือถ้าจะฝันก็ฝันแต่สิ่งดีๆ และเป็นเรื่องจริงเท่านั้น ดังนั้นความฝันผ่านมาแล้วผ่านไป ชีวิตจะดีหรือร้ายขึ้นอยู่กับการกระทำของตนเองเป็นสำคัญ


หากข้อมูลนี้มีความผิดพลาดประการใดหรือละเมิดต่อสิทธิของท่าน โปรดแจ้งมาที่ phopprashop@gmail.com