พระที่ใส่แล้วร่ำรวยมีโชค

เชื่อว่ามีหลายคนที่นิยมบูชาพระเครื่อง ต่างก็สงสัยว่า มีพระอะไรบ้างที่ใส่แล้วร่ำรวย มีเงินมีทอง มีโชคลาภ เพราะความต้องการเหล่านี้ย่อมเป็นที่ปรารถนาของทุกคนอยู่แล้ว ทีนี้เรามาดูกันว่ามีพระอะไรบ้าง

พระที่ใส่แล้วมีโชค ร่ำรวย

สาเหตุที่เมื่อพูดถึงความร่ำรวยแล้วมักจะนึกถึงพระสีวลี และพระสังกัจจายน์ เป็นเพราะมีเรื่องเล่าในสมัยพุทธกาลว่าเมื่อคราวที่พระพุทธองค์ทรงเสด็จไปพร้อมกับพระสงฆ์จำนวนมาก เมื่อเจอทาง 2 แยก ทางหนึ่งเป็นทางลัดแต่ไม่มีอาหารไม่มีผู้อยู่อาศัย อีกทางหนึ่งเป็นทางอ้อมแต่มีอาหารและผู้อยู่อาศัยที่จะบิณฑบาตได้ พระพุทธองค์ทรงหันมาตรัสถามว่าพระสีวลีมาด้วยหรือไม่ หากพระสีวลีมาพระองค์ก็จะทรงเสด็จไปในทางลัด เพราะพระองค์ทรงยกย่องว่าพระสีวลีนั้นเป็น “เอตทัคคะ” คือ ผู้เป็นเลิศในทางโชคลาภ

และเมื่อเสด็จไปทางลัดนั้น แม้จะไม่มีบ้านเรือนอาหารให้บิณฑบาต แต่เมื่อมีพระสีวลีไปด้วยปวงเทพเทวดาทั้งหลายก็จะลงมาเนรมิตอาหารและที่พัก ถวายให้แก่พระสงฆ์ทั้งหลายที่เดินทางมาเป็นจำนวนมากไม่ให้ได้รับความลำบาก และอดอยากแต่อย่างใด

พระที่ใส่แล้วมีโชค ร่ำรวย

ส่วนพระสังกัจจายน์ หรือพระกัจจายนะ ก็มีประวัติในส่วนนี้คล้ายๆกัน คือ เมื่อพระพุทธองค์ทรงเสด็จไปกับพระสงฆ์จำนวนมากและเจอทางแยก จึงทรงถามว่าพระสีวลีมาไหม เมื่อพระสีวลีไม่มาพระองค์ก็ทรงถามต่อว่าพระกัจจายนะมาไหม เมื่อพระกัจจายนะมาพระองค์ก็ทรงไปในทางลัดและก็พบว่ามีเทวดามาเนรมิตที่พักและอาหารให้กับพระสงฆ์ทั้งหลายอย่างอุดมสมบูรณ์ไม่มีความขาดแคลนใดๆเลย เพราะฉะนั้นทั้งพระสีวลีและพระกัจจายนะจึงได้ชื่อว่าเป็นผู้โดดเด่นทางโชคลาภ

แต่ถ้าพูดถึงความโดดเด่นทางโชคลาภจริงๆแล้วพระพุทธองค์ทรงยกย่องพระสีวลีจะเป็นเอตทัคคะในทางโชคลาภ ส่วนพระกัจจายนะนั้นทรงยกย่องเป็นเอตทัคคะในทางด้านการอธิบายธรรมโดยพิสดาร คือ สามารถนำพระธรรมที่พระพุทธองค์ทรงแสดงเพียงย่อๆมาอธิบายขยายความให้ชัดเจนแจ่มแจ้งได้เป็นอัศจรรย์ แต่ท่านเองก็มีบุญบารมีในทางโชคลาภด้วย โดยทั้ง 2 ท่าน ล้วนเคยสั่งสมบุญกุศลในทางนี้มานับชาติไม่ถ้วน


ประวัติ พระสีวลี โดยละเอียด


พระสีวลีนั้นในอดีตชาติท่านสั่งสมบุญกุศลมามากมาย และในชาติหนึ่ง ท่านเคยเกิดเป็นชาวป่าและได้รวงผึ้งมารวงหนึ่ง กะว่าจะเอาเข้าไปเยี่ยมเพื่อนในเมืองแต่ในเมืองขณะนั้นกำลังเตรียมทำอาหารถวายพระพุทธเจ้าในยุคนั้น ทุกอย่างที่ใช้ทำอาหารครบแล้วขาดแต่น้ำผึ้งดิบเพียงอย่างเดียว เมื่อชาวบ้านเห็นพระสีวลีเดินถือรวงผึ้งเข้ามาจึงเข้าไปขอซื้อในราคาที่สูงถึง 1,000 กหาปณะ ซึ่งเป็นเงินที่สูงมาก พระสีวลีจึงสงสัยว่าทำไมมาซื้อรวงผึ้งในราคาแพงขนาดนี้ ชาวบ้านจึงเล่าให้ฟังว่าจะนำไปทำอาหารถวายพระพุทธเจ้า

เมื่อได้ฟังเช่นนี้แล้ว ถ้าเป็นคนทั่วไปคงจะยอมขายเพราะว่าได้เงินมากกว่าราคาจริงเยอะมาก แต่ให้ราคาเท่าไหร่พระสีวลีท่านก็ไม่ยอมขาย แต่ท่านจะขอร่วมถวายในครั้งนี้ด้วย และอธิษฐานขอให้บุญกุศลที่ท่านได้ทำการถวายรวงผึ้งในครั้งนี้ ส่งผลให้ท่านได้เกิดเป็นเอตทัคคะในทางเป็นผู้มีลาภมากสมัยพระพุทธเจ้าในอนาคตกาลต่อไป ด้วยเห็นว่าการให้ทานสำคัญกว่าเงินทองมากมาย จึงเป็นบุญกุศลส่งให้ท่านเป็นพระเอตทัคคะผู้มีลาภมากในพระพุทธเจ้าองค์ปัจจุบัน



ส่วนพระกัจจายนะ ในอดีตนั้นเคยเป็นหมอที่รักษาโรคคนทั้งหลายโดยไม่คิดเงินคิดทอง ส่วนในชาติอื่นท่านก็เคยเกิดเป็นมหาเศรษฐีที่ยอมสละทรัพย์สินของตนซื้อทองคำนำมาทำเป็นก้อนอิฐสร้างเป็นมหาเจดีย์ถวายเป็นพุทธบูชาแก่พระพุทธเจ้าในสมัยนั้น ซึ่งเป็นมหาทานยิ่งใหญ่ ด้วยบุญที่ท่านได้ทำตรงจุดนี้เองจึงทำให้ท่านเป็นผู้เป็นเลิศในด้านโชคลาภที่เกิดมาชาติภพใด มีผิวพรรณที่ผ่องใสสวยงามเป็นอย่างมาก จนถึงขั้นที่ถูกเข้าใจผิดคิดว่าท่านเป็นพระพุทธเจ้า เพราะมีผิวพรรณที่สวยงามผ่องใสคล้ายกันมาก เพราะฉะนั้นจึงเห็นได้ว่าการที่พระสีวลี และพระกัจจายนะมีลาภมากนั้น เป็นเพราะว่าท่านทำบุญในอดีตมามาก เป็นผู้ที่มีจิตคิดถึงบุญกุศลมากกว่าเงินทอง



หลวงปู่ครูบาอาจารย์ทั้งหลายจึงนำความรู้ตรงนี้มาใช้สร้างพระเครื่อง โดยเอารูปลักษณ์ของพระสีวลี หรือพระกัจจายนะผู้เป็นเลิศทางโชคลาภ มาเป็นต้นทางพลังงานโน้มไปสู่พลังงานแห่งพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ พระสีวลี พระกัจจายนะ เพื่อน้อมนำกระแสพลังงานมาใช้ในการปลุกเสกพระเครื่องให้มีความศักดิ์สิทธิ์ โดดเด่นในทางโชคลาภเงินทอง ซึ่งกระแสพลังงานนี้ยังรวมไปถึงกระแสพลังงานของปวงเทพเทวดาทั้งหลาย ที่เป็นญาติมิตรเพื่อนฝูงของพระสีวลี และพระกัจจายนะ ซึ่งเคยมาคอยอุปการะดูแลทั้ง 2 ท่าน ให้เป็นผู้เลิศในทางโชคลาภในสมัยพุทธกาลด้วย เช่น ตอนที่ท่านไปกับคณะพระสงฆ์ในเส้นทางที่ไม่มีคนไม่มีอาหาร เทวดาทั้งหลายซึ่งเคยเป็นญาติพี่น้องเพื่อนฝูงเคยทำบุญร่วมกันกับท่านมา ที่เป็นผู้ลงมาช่วยเนรมิตอาหารและที่พักอาศัยให้สะดวกสบายไม่ขาดแคลนตลอดเส้นทาง

พระที่ใส่แล้วมีโชค ร่ำรวย

เพราะฉะนั้นเมื่อสร้างรูปลักษณ์ของพระสีวลี พระกัจจายนะแล้ว ผู้สร้างจิตถึงพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ โดยจริงแท้ พระสีวลี พระกัจจายนะ ก็จะสามารถเชิญบารมีแห่งเทวดาทั้งหลายที่เคยเกี่ยวเนื่องเป็นญาติพี่น้องเพื่อนฝูงที่เคยอุปการะท่าน ให้มาประสิทธิ์ประสาทพลังงานและดูแลรักษาผู้ที่ใช้พระเครื่องให้มีโชคลาภไปด้วย


→ ประวัติ พระสังกัจจายน์ โดยละเอียด


แต่จุดมุ่งหมายสูงสุดในการห้อยพระสีวลี พระกัจจายนะ นั้น จุดสำคัญคือเป็นกุศโลบายของผู้สร้างพระเครื่องที่น้อมนำให้ผู้ใช้พระเครื่องได้ศึกษาว่าท่านรวย มั่งคั่ง มีโชคลาภมาจากอะไร รวยจากการทำบุญ รวยจากการรู้จักเสียสละไม่เห็นแก่เงินเป็นใหญ่ รู้จักเคารพนบนอบ ไหว้พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ รู้จักปฏิบัติธรรม เพราะท่านเป็นผู้ทำบุญมาก เทวดาจึงลงมาช่วยเหลือให้ท่านมีโชคลาภมาก

ดังนั้นหากผู้ใช้พระเครื่องอยากมีโชคลาภอย่างท่าน ก็ต้องหมั่นสร้างบุญกุศลรู้จักทำทาน เสียสละความสุขส่วนตัวเพื่อช่วยเหลือส่วนรวม เห็นบุญกุศลสำคัญกว่าเงินทอง ก็จะได้เป็นผู้ร่ำรวยยั่งยืนอย่างแท้จริง เพราะถ้ารวยด้วยเงินสักวันหนึ่งมันก็ต้องหมดไป ตายแล้วก็เอาไปไหนไม่ได้ แต่ถ้ารวยด้วยบุญแล้วบุญกุศลนั้นจะติดตัวเราไปทุกภพทุกชาติ รวยด้วยบุญของตนเองด้วย รวยทั้งเทวดาลงมาช่วยเหลือ

พระที่ใส่แล้วมีโชค ร่ำรวย
รูปลักษณ์พระสังกัจจายน์ ในความเชื่อแบบชาวจีน ลัทธิมหายาน

การทำตัวทำใจให้รู้จักพอเพียง เมื่อมีความพอเพียง ความจนก็จะไม่เกิดขึ้น เพราะความจนนั้นเกิดขึ้นเพราะใจเรามีความอยาก ถ้ายังอยากก็แสดงว่ายังไม่พอ จะมีเงินเท่าไหร่ก็ถือว่าจนอยู่ แต่ถ้าใจเรามีความพอเพียง เราก็ไม่อยาก เมื่อไม่อยากก็แสดงว่ามีพอแล้วก็คือรวยแล้ว มีเงินเท่าไหร่ก็รวยก็มีความสุข ดังนั้นหากถามว่าห้อยพระสีวลี หรือพระกัจจายนะ “จะรวยไหม” ตอบได้ว่า “รวยแน่” ถ้าห้อยบูชาแล้วหมั่นสร้างบุญกุศลดำเนินรอยตามพระสีวลี และพระกัจจายนะ

ขอบคุณข้อมูล
– ดร.รอบทิศ ไวยสุศรี แฟนพันธุ์แท้พระเกจิคณาจารย์ ปี 2006
– หนังสือตอบโจทย์พระเครื่อง รู้เรื่องของขลัง ของสำนักพิมพ์ ND Publishing


หากข้อมูลนี้มีความผิดพลาดประการใดหรือละเมิดต่อสิทธิของท่าน โปรดแจ้งมาที่ phopprashop@gmail.com