เนื้อมวลสารพระเครื่อง

เนื้อมวลสารพระเครื่อง

ในอดีตจนถึงปัจจุบัน มีการสร้างพระเครื่องไว้มากมายหลายแบบหลายชนิด ซึ่งหัวใจสำคัญอีกอย่างในการสร้างพระเครื่องนั่นก็คือ “มวลสาร”

การรู้จักเนื้อมวลสารพระเครื่อง จะทำให้เราเห็นถึงความพิถีพิถันของครูบาอาจารย์ในการสร้างพระเครื่องแต่ละองค์ เพื่อให้ลูกศิษย์ลูกหาได้เอาไว้ใช้บูชากัน

ในบทความนี้เราจะมาอธิบายถึงเรื่องมวลสารพระเครื่อง โดยจำแนกลักษณะวัตถุดิบที่นำมาจัดสร้าง ซึ่งจะแบ่งได้ 5 ประเภทหลักๆ ดังนี้ครับ

1. พระเครื่องเนื้อดิน

พระเนื้อดิน เป็นพระเครื่องที่มีอายุการสร้างเก่าแก่มาก เพราะเป็นวัตถุดิบที่หาง่าย สะดวกในการสรรสร้างรูปแบบต่างๆ โดยดินที่จะนำมาทำพระเครื่องหรือวัตถุมงคลนั้น ต้องเป็นดินที่มาจากสถานที่ศักดิ์สิทธิ์พร้อมทั้งผ่านขั้นตอนการทำพิธีที่ถูกต้องตามหลักโบราณกาล ทั้งการขอขมา บวงสรวงอัญเชิญเทพยดาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ตลอดเป็นเจ้าที่เจ้าทางที่ปกปักคุ้มครองรักษา บวงสรวงพระแม่ธรณีเพื่อขออิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์ให้บังเกิดความเป็นมงคลแก่พระเครื่องที่ทำจากดินนี้ แล้วจึงขอพลีมาทำ

เนื้อมวลสารพระเครื่อง

เมื่อได้ดินศักดิ์สิทธิ์มาแล้วก็จะนำมาผสมมวลสารต่างๆ หรืออาจไม่ผสมแล้วแต่สูตรการสร้างของแต่ละอาจารย์ โดยเนื้อดินที่ใช้มีทั้งเนื้อดินละเอียดและเนื้อดินหยาบ หรืออาจจะมีการนำมากรองร่อนเอาสิ่งเจือปนต่างๆออกไป แล้วจึงกดลงไปในแบบแม่พิมพ์ที่ได้ออกแบบไว้ หรืออาจจะปั้นเองก็แล้วแต่ เมื่อได้พระเครื่องตามแบบที่กำหนดแล้วก็นำออกจากแม่พิมพ์แล้วนำไปเผาแบบเดียวกับการเผาเครื่องปั้นดินเผา หรือการอบแห้งการตากแดดให้แห้งเองตามธรรมชาติ

พระเครื่องเนื้อดินที่พบเห็นในปัจจุบันมีจำนวนมาก ล้วนแล้วแต่เป็นพระเครื่องยอดนิยมที่หายากแทบทั้งสิ้น อาทิ พระคง ลำพูน, พระเปิม ลำพูน, พระบาง ลำพูน, พระเลี่ยง ลำพูน, พระลบ ลำพูน, พระลือ ลำพูน, พระกำแพงเปิดโลก, พระท่ามะปรางค์, พระนางกำแพง, พระลีลาข้างเม็ด, พระสรรค์ไหล่ยก, พระขุนแผนเคลือบ, พระกริ่งคลองตะเคียน, พระถ้ำเสือ, พระกรุวัดตะไกร, พระนางเสน่ห์จันทร์, พระหลวงพ่อโต วัดบางกระทิง, พระขุนแผนใบพุทรา, พระรอด, พระกรุทุ่งเศรษฐี, พระนางพญากรุวัดนางพญา เป็นต้น

2. พระเครื่องเนื้อชิน

เป็นพระเครื่องที่มีอายุการสร้างเก่าแก่นับร้อยปี ส่วนใหญ่พระเครื่องเนื้อชินจะถูกบรรจุกรุไว้ในที่ต่างๆและพบได้ทั่วทุกภาคของประเทศ ซึ่งมีพุทธศิลป์ที่หลากหลายต่างกันไป เนื้อชินที่นำมาสร้างพระเครื่องเป็นโลหะที่มีคุณสมบัติพิเศษโดยการผสมโลหะ 2 ชนิดเข้าด้วยกัน คือดีบุกและตะกั่ว พระเครื่องเนื้อชินที่พบเห็นส่วนใหญ่จะแบ่งได้เป็น 3 ประเภท ได้แก่

2.1 พระเครื่องเนื้อชินเงิน
คือ มีส่วนผสมของดีบุกมากกว่าตะกั่ว พระเครื่องออกสีเงินยวงสวยงาม เช่น พระหูยานกรุวัดราชบูรณะ ลพบุรี, พระนาคปรก กรุวัดปืน ลพบุรี, พระท่ามะปรางค์ กรุสุโขทัย

2.2 พระเครื่องเนื้อชินสนิมแดง
คือ มีส่วนผสมของตะกั่วมากกว่าดีบุก พระเครื่องจะมีสีคล้ายเนื้อชินเงินแต่มีไขสนิมแซมตามซอกส่วนต่างๆขององค์พระ เช่น พระเทริดขนนก กรุท่าวุ้ง ลพบุรี, พระร่วงนั่ง กรุม่วงค่อม ลพบุรี, พระซุ้มนครโกษา กรุทัพชุมพล นครสวรรค์, พระรอดหนองมน ลพบุรี

2.3 พระเครื่องตะกั่วสนิมแดง
คือ มีส่วนผสมของตะกั่วมากมีส่วนผสมดีบุกเล็กน้อย พระเครื่องจะมีสีแดงของสนิมตะกั่วหรือที่เรียกว่า “แดงลูกหว้า” เช่น พระยอดขุนพลซุ้มเรือนแก้ว กรุลพบุรี กรุกาญจนบุรี, พระร่วงยืนหลังกาบหมาก กรุลพบุรี กรุสิงห์บุรี กรุกาญจนบุรี

ปัจจัยกำหนดราคาพระ

พระเครื่องเนื้อชิน ผ่านกรรมวิธีการหลอมเหลวรวมโลหะธาตุเข้าด้วยกัน พุทธลักษณะจะมีความสวยงามคงความคมชัดของลวดลายในองค์พระ ศิลปะส่วนใหญ่ที่พบจะเป็นสกุลช่างหลวง พระเครื่องเนื้อชินถือเป็นพระเครื่องที่มีความเป็นธรรมชาติ มีเสน่ห์ที่น่าอนุรักษ์และศึกษาค้นคว้า ดังนั้นจึงเป็นพระเครื่องที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากและล้วนเป็นพระเครื่องที่หายาก อาทิ พระร่วงยืนหลังรางปืน, พระพุทธชินราชใบเสมา, พระท่ามะปรางค์, พระลีลาอัฏฐารส, พระลีลาเชยคางข้างเม็ด, พระยอดขุนพล, พระนางปรกลูกยอ, พระซุ้มนครโกษา,  พระปรุหนัง, พระหูยาน, พระร่วงยืนหลังลายผ้า, พระร่วงนั่ง, พระเทริดขนนก, พระอู่ทองท้องช้าง, พระท่ากระดาน, พระนาคปรก

3. พระเครื่องเนื้อผง

เป็นพระเครื่องที่มีอายุอานามในการสร้างมากเช่นเดียวกัน โดยการผสมมวลสารต่างๆเข้าด้วยกัน ซึ่งมวลสารที่นำมาสร้างก็มีส่วนผสมด้วยกันมากมายหลายชนิด แล้วแต่สูตรของพระเกจิคณาจารย์แต่ละท่านที่สร้างพระเครื่อง มวลสารที่นำมาสร้างพระเครื่องเนื้อผงก็แล้วแต่วัตถุดิบที่หาได้ในยุคสมัยนั้นๆ

เนื้อมวลสารพระเครื่อง

โดยพระเกจิคณาจารย์ที่สร้างพระเครื่องเนื้อผง จะพิถีพิถันในมวลสารเป็นพิเศษ มีการลงอักขระยันต์คาถากำกับ เมื่อได้มวลสารศักดิ์สิทธิ์ก็นำมากดลงบนแม่พิมพ์ที่ได้จัดเตรียมไว้ แล้วจึงนำออกจากแม่พิมพ์รอให้แห้งจึงนำเข้าพิธีปลุกเสกต่อไป พระเครื่องเนื้อผงมีด้วยกันหลายแบบ อาทิ พระสมเด็จวัดระฆัง, สมเด็จบางขุนพรหม, พระสมเด็จจิตรลดา, พระสมเด็จวัดเกศไชโย, พระสมเด็จอรหัง, พระวัดพลับ, พระกรุเจดีย์เล็ก, พระวัดสามปลื้ม, พระผงของขวัญวัดปากน้ำ, พระวัดรังษี, พระเพชรหลีก, พระสมเด็จปิลันทน์, พระหลวงปู่ภู, พระวัดเงินคลองเตย, พระวัดท้ายตลาด, พระสมเด็จวัดเฉลิมพระเกียรติ, พระหลวงพ่อพริ้ง, พระพุทโธน้อย คุณแม่บุญเรือน

เนื้อมวลสารพระเครื่อง

4. พระเครื่องเนื้อโลหะ

เป็นพระเครื่องที่สร้างจากเนื้อชนวนโลหะต่างๆ พระเครื่องเนื้อโลหะที่พบส่วนใหญ่มีด้วยกัน 4 เนื้อ ได้แก่

4.1 เนื้อทองคำ สร้างจากทองคำ
4.2 เนื้อเงิน สร้างจากเงิน
4.3 เนื้อทองแดง สร้างจากทองแดง
4.4 เนื้อโลหะผสม มีด้วยกันหลายชนิด อาทิ

เนื้อนวโลหะ ได้จากการนำแร่ธาตุ 9 ชนิด มาหลอมรวมกัน ได้แก่ ชิน จ้าวน้ำเงิน เหล็กละลายตัว ทองแดงบริสุทธิ์ ปรอท สังกะสี ทองแดง เงิน และทองคำ

เนื้อสัตตะโลหะ ได้จากการนำโลหะ 7 ชนิด มาหลอมรวมกัน ได้แก่ เหล็ก ปรอท ทองแดง เงิน ทองคำ จ้าวน้ำเงิน และทองแดงบริสุทธิ์

เนื้อเบญจโลหะ ได้มาจากการนำโลหะ 5 ชนิด มาหลอมรวมกัน ได้แก่ เหล็ก ปรอท ทองแดง เงิน และทองคำ

เนื้อทองเหลือง เป็นโลหะผสมระหว่างทองแดงกับสังกะสี หรืออาจมีธาตุอย่างอื่นปะปนอยู่เล็กน้อย

เนื้อบรอนซ์ เป็นโลหะผสมระหว่างดีบุกกับทองแดงหรือโลหะอื่นๆ ยกเว้นทองแดงผสมสังกะสีเพราะจะเป็นเนื้อทองเหลือง

เนื้อมวลสารพระเครื่อง

เนื้อเมฆพัด เป็นการนำเนื้อโลหะหลายชนิดมาหลอมรวมกัน ได้แก่ เหล็ก ทองแดง ดีบุกตะกั่ว เงิน ทองคำ และกำมะถัน หลอมออกเป็นสีเหลือบน้ำเงินมันวาว

เนื้อเมฆสิทธิ์ เป็นการนำแร่ 4 ชนิด มาหลอมรวมกันได้แก่ สังกะสี เงิน ทองแดง และปรอทโดยเนื้อเมฆสิทธิ์ และเมฆกะพัด นับเป็นโลหะศักดิ์สิทธิ์เพราะเป็นการเล่นแร่แปรธาตุ ขณะหลอมโลหะมีการบริกรรมคาถาต่างๆกำกับ

เนื้อสำริด เป็นโลหะผสมยุคแรกๆตั้งแต่สมัยโบราณ โดยนำโลหะมาหลอมรวมกันได้แก่ทองแดง ดีบุก เงิน และทองคำ

เนื้อขันลงหิน เป็นโลหะผสมระหว่างทองแดงกับดีบุก

เนื้อมวลสารพระเครื่อง
เมฆสิทธิ์ และเมฆกะพัด นับเป็นโลหะศักดิ์สิทธิ์เพราะเป็นการเล่นแร่แปรธาตุ

พระเครื่องเนื้อโลหะเป็นพระเครื่องที่มีกรรมวิธีการสร้างได้หลากหลายรูปแบบ ได้แก่ การหล่อ การปั๊ม การฉีด ซึ่งกรรมวิธีต่างๆในการสร้างพระเครื่องเนื้อโลหะนั้นก็จะแตกต่างกันไปตามยุคสมัย ทำให้บ่งบอกถึงวิวัฒนาการความเจริญก้าวหน้าของเครื่องมือเครื่องจักรที่ใช้ในการสร้างพระเครื่อง

และพระเครื่องเนื้อโลหะก็มีด้วยกันมากมายหลายแบบ อาทิ พระบูชา, พระกริ่ง, พระชัยวัฒน์, พระเหรียญหล่อ, พระเหรียญปั๊ม, พระรูปหล่อ, พระรูปเหมือน เป็นต้น

5. พระเครื่องเนื้อว่าน

นอกจากที่กล่าวมาแล้วเบื้องต้น ยังมีพระเครื่องที่น่าสนใจอีกชนิดหนึ่งนั่นคือ พระเนื้อว่าน เป็นพระเครื่องที่มีส่วนของ “ว่าน” เป็นเนื้อมวลสารหลัก แต่ก็จะมีดินหรือผงเป็นส่วนผสมอยู่ด้วย อย่างเช่น พระหลวงปู่ทวด เหยียบน้ำทะเลจืด, พระเนื้อว่านจำปาสัก เป็นต้น

ว่านไม้มงคล 108
หลวงปู่ทวด เนื้อว่าน

→ อ่านเพิ่มเติม ว่านไม้มงคล 108


สำหรับเครื่องรางของขลัง เป็นวัตถุมงคลที่มีการจัดสร้างมาตั้งแต่ครั้งโบราณกาล โดยการสร้างเครื่องรางของขลังล้วนแล้วแต่มีวัฒนธรรม อารยธรรมของท้องถิ่นหรือภูมิภาคต่างๆแทรกอยู่ในวัตถุมงคลชิ้นนั้นด้วย

เครื่องรางของขลังมีด้วยกันหลายชนิด อาทิ เขี้ยวเสือ, หนุมาน,งาแกะ, ปลัดขิก, ราหูกะลาแกะ, นางกวัก, กุมารทอง, รักยม, ลูกกรอก, ผ้ายันต์, เสื้อยันต์, ผ้าประเจียด, ตะกรุด, สิงห์, เบี้ยแก้, หน้าผากเสือ, ลูกประคำ, วัวธนู, ควายธนู, แหวน, น้ำเต้า, มีดหมอ, ลูกอม, ลูกสะกด, สาริกา, หมากทุย, เป๋อ ฯลฯ

เบี้ยแก้
เบี้ยแก้ เป็นเครื่องรางของขลังยอดนิยมชนิดหนึ่ง ที่ทำจากวัสดุธรรมชาติ

→ อ่านเรื่อง เครื่องรางของขลัง


อันนี้คือหลักใหญ่เบื้องต้น แต่ที่จริงแล้วยังมีวัสดุธรรมชาติอื่นๆที่นำมาทำวัตถุมงคลหรือเครื่องรางของขลังอีกมากมาย เช่น อุกาบาต สะเก็ดดาว หิน อัญมณี แร่ธาตุต่างๆ เพราะมีความเชื่อว่า วัสดุตามธรรมชาติเหล่านี้มีพลังงานสะสม นอกจากนี้ยังมีวัสดุสังเคราะห์อื่นๆ พลาสติกหรือเรซิ่น ซึ่งในอนาคตอาจจะมีวัสดุอย่างอื่นเพิ่มขึ้นมาก็ได้ แต่ตรงนี้จะไม่ขอกล่าวถึง


→ อ่านเรื่อง หิน อัญมณี แร่มหัศจรรย์


ดังนั้นผู้ที่สนใจสะสมพระเครื่อง จะต้องมีความรู้ความเข้าใจ ที่จะพิจารณามวลสารพระเครื่องให้ถ่องแท้ และมีความเชื่อว่าหากคุณได้ศึกษาการจัดสร้างแล้ว คุณจะรักและศรัทธาในครูบาอาจารย์รวมถึงสิ่งที่ตนเองสะสมบูชาไว้อย่างแน่นอน


หากข้อมูลนี้มีความผิดพลาดประการใดหรือละเมิดต่อสิทธิของท่าน โปรดแจ้งมาที่ phopprashop@gmail.com