แขวนพระหลายองค์ พระจะแย่งกันช่วยหรือเปล่า

เวลาเราเห็นคนห้อยพระหลายๆองค์ ก็มักจะมีการแซวกันว่าหลวงพ่อนี้ก็เก่ง หลวงปู่นั้นก็ดัง แล้วท่านจะไม่แย่งกันช่วยเหรอ ถ้าเรารถจะชนแล้วท่านแย่งกันช่วย แย่งไปแย่งมาแล้วเราไม่โดนรถชนไปก่อนหรือ

ซึ่งในกรณีนี้ถามว่ามีโอกาสแย่งกันช่วยไหม คงตอบว่าไม่น่าจะมีการแย่งกันช่วยแน่นอน อาจจะมีในลักษณะความสับสน หรือความไม่เข้าใจกันของพลังงานพระเครื่องแต่ละองค์บ้าง โดยเฉพาะในกรณีพระเครื่องที่เกิดจากการปลุกเสกด้วยคาถาอาคม เพราะคาถาอาคมส่วนใหญ่เป็นพลังงานที่มาจากกำลังจิตของผู้ที่สร้างเอง หรือกำลังจากแรงครู จากเทวดาต่างๆ ซึ่งก็มีพลังงานความศักดิ์สิทธิ์แตกต่างกันไป เป็นคงกระพันบ้าง เมตตาบ้าง และมักจะยึดมั่นในกระแสวิชาอาคมของตนเป็นหลัก เพราะฉะนั้นเมื่อเจอกับกระแสวิชาของผู้อื่นด้วยความเชื่อมั่นว่าฉันก็เก่ง ข้าก็เก่ง ก็อาจทำให้เกิดการลองดีกันเกิดความสับสนไม่เข้ากันของพลังงานในพระเครื่องแต่ละองค์ได้บ้าง

แขวนพระหลายองค์ พระจะแย่งกันช่วยหรือเปล่า

พลังงานที่เป็นประธานกระแสเดียวกัน

แต่ถ้าเป็นพระเครื่องที่ปลุกเสกด้วยการอาราธนาบุญบารมีแห่งพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ลงมาช่วยในการอธิษฐานแล้ว จะไม่มีปัญหาในการตีกันของพลังงานเลย เพราะพลังงานในพระเครื่องแต่ละองค์ แม้จะมาจากการปลุกเสกต่างที่ต่างเวลากัน แต่ก็ล้วนมีพลังงานที่เป็นประธานกระแสเดียวกัน คือ บุญบารมีแห่งพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ซึ่งถือว่ามีอยู่เหนือและครอบคลุมทั่วทุกพลังงาน ไม่ว่าจะเป็นคาถาอาคม อิทธิฤทธิ์ หรือบุญฤทธิ์ทั้งปวง เวลาท่านจะมาช่วย พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ จะมาเป็นประธานนำหน้า แล้วหลวงปู่ครูบาอาจารย์ เทวดาทั้งหลาย ก็จะตามกันมาช่วยในเส้นทางพลังงานเดียวกัน ไม่มีความขัดแย้ง ลองดี แย่งกันช่วยแต่อย่างใด

ที่ตีกันไม่ใช่พระ แต่เป็นจิตของผู้ใช้ที่ตีกัน

แต่ถ้าผู้ใช้เกิดความไม่มั่นใจ ก็อาจมีวิธีช่วยได้อย่างนึง เพราะการที่บอกว่าพระตีกันนั้น จริงๆแล้วที่ตีกันไม่ใช่พระ แต่เป็นจิตของผู้ใช้ต่างหากที่ตีกัน เพราะว่าบางครั้งเมื่อแขวนพระหลายองค์พอเกิดอะไรขึ้นจิตใจนึกถึงพระ ขอให้พระช่วย ก็เกิดความสับสนว่าแขวนทั้งสมเด็จโต หลวงปู่ทวด หลวงปู่ศุข พระพุทธชินราช หลวงพ่อโสธร ฯลฯ จะนึกถึงองค์ไหนดี จิตเกิดความสับสนไม่เป็นระบบ ความสงบก็ไม่เกิด ความตั้งมั่นศรัทธา ความเชื่อมั่นก็ไม่เกิด มีความลังเลสงสัยไม่แน่ใจ ทำให้จิตเข้าถึงพระได้ยาก จึงทำให้การรวบรวมบุญบารมีในการนำไปใช้ เป็นไปโดยไม่สมบูรณ์


→ เราจะ แขวนพระกี่องค์ดี


แขวนพระหลายองค์ พระจะแย่งกันช่วยหรือเปล่า

ตกลงว่า “องค์เดียว” หรือ “หลายองค์”

เพราะฉะนั้นถ้าใครคิดว่าจิตยังไม่มั่นคง จิตยังไม่เข้าถึงพระ อาจจะแขวนแค่องค์เดียวก็จะนึกถึงง่ายหน่อยในการทำจิตให้เข้าถึงพระ เพราะไม่ต้องนึกอะไรมาก นึกถึงองค์เดียว เชื่อมั่นศรัทธาองค์เดียวไปเลย เช่น แขวนหลวงปู่ทวด ให้นึกถึงหลวงปู่ทวดไว้เลย เป็นต้น เกิดอะไรขึ้น มีอะไรขึ้นมา จิตนึกถึงหลวงปู่ทวดขึ้นมาชัดแจ๋ว ปรากฏในใจทันทีองค์เดียวเลย ก็จะทำให้จิตมั่นคงเป็นสมาธิได้ง่ายขึ้น จิตจูนพลังงานถึงพระได้ง่ายขึ้น

แต่ถ้าอยากจะห้อยพระหลายองค์ แบบรักพี่เสียดายน้อง ก็ไม่ได้มีอะไรที่ยากลำบาก เพราะเวลาหยิบสร้อยพระทั้งเส้นมาห้อยคอ ก็ให้นึกรวมไปเลย นึกอาราธนาบารมีพระประธานเลย คือ พระพุทธเจ้าเป็นประธาน เมื่อเรานึกถึงพระพุทธเจ้าได้ชัดเจน ก็แน่นอนว่ากระแสแห่งพระธรรม และพระสงฆ์ทั้งปวง ต้องตามมาเอง ปวงเทพเทวา พรหมทั้งหลาย ก็ต้องตามมาด้วย เพราะฉะนั้นถ้าเรานึกถึงภาพพระพุทธเจ้าเป็นประธานแล้ว เราก็สามารถที่จะดึงพลังงานทั้งหมดทั้งปวงที่อยู่ในพระเครื่องทุกๆองค์ ไม่ว่าจะเป็นพระพุทธรูป หรือรูปหลวงปู่ครูบาอาจารย์ รูปเทวดา เครื่องรางของขลังต่างๆ ก็สามารถนำมาใช้ได้หมด โดยไม่มีความขัดแย้งสับสนเกิดขึ้นในใจแต่อย่างใด หรือ อาจจะใช้การนึกถึงหลวงปู่ครูบาอาจารย์ท่านใดก็ได้ที่เรารู้สึกศรัทธาเชื่อมั่น ที่เรารู้สึกว่านึกถึงง่ายที่สุด เช่น ห้อยพระ 9 องค์ เรานึกถึงหลวงปู่ทวดได้ง่ายที่สุด เราก็นึกถึงหลวงปู่ทวดเป็นประธาน และก็บอกว่าขอหลวงปู่ทวดรวมบุญบารมีแห่งพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ หลวงปู่ครูบาอาจารย์ ปวงเทพเทวา ที่ลูกได้พกพาห้อยคออยู่ทั้งหมดทั้งปวงนี้ มาช่วยเหลือลูกด้วย นั่นคือเป็นการใช้บารมีของพระองค์หนึ่งเพื่อดึงเข้าหาพระองค์อื่นก็ได้ เพราะบารมีของหลวงปู่ครูบาอาจารย์ทั้งหลายนั้นท่านมีความสะอาดบริสุทธิ์และสามารถที่จะเชื่อมโยงเข้าหาความบริสุทธิ์ของพระด้วยกันได้ง่ายกว่าอยู่แล้ว

เพราะฉะนั้นการทะเลาะกัน แย่งกันช่วยของพระเครื่อง คงจะไม่มีโอกาสเกิดมากนัก แต่จะมีแต่ผู้ที่จิตเกิดความสับสนฟุ้งซ่าน ไม่มั่นใจไปเองมากกว่า ที่ทำให้ไม่สามารถทำจิตให้เข้าถึงพระ และใช้พลังงานของพระได้อย่างไม่เต็มที่ แต่ถ้าจิตนึกถึงพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ เป็นประธานแล้ว จะให้แขวนองค์เดียวหรือหลายองค์ ความศักดิ์สิทธิ์ความเข้มขลังก็ไม่แตกต่างกันเลย และไม่มีการแย่งกันช่วย มีแต่จะช่วยกันส่งเสริมให้ผู้ใช้ผู้บูชา ได้พบแต่ความสุขความเจริญยิ่งๆขึ้นไป

ขอบคุณข้อมูล
– ดร.รอบทิศ ไวยสุศรี แฟนพันธุ์แท้พระเกจิคณาจารย์ ปี 2006
– หนังสือตอบโจทย์พระเครื่อง รู้เรื่องของขลัง ของสำนักพิมพ์ ND Publishing


หากข้อมูลนี้มีความผิดพลาดประการใดหรือละเมิดต่อสิทธิของท่าน โปรดแจ้งมาที่ phopprashop@gmail.com