รวมคาถา-บทสวดมนต์

** กำลังปรับปรุงข้อมูล **

พระเครื่องและวัตถุมงคล ที่เราบูชาเคารพนับถือ ก่อนที่เราจะนำมาใช้นั้น ควรมีคำกล่าวหรือบทสวด เพื่อเป็นการอาราธนาพุทธคุณ ธรรมคุณ สังฆคุณ ของครูบาอาจารย์ผู้ปลุกเสกสร้าง และการอาราธนาพระเครื่อง ยังเป็นการปลุกจิตของผู้ใช้ให้ตื่นตัวขึ้นรองรับกับสัมผัสพลังของคุณพระที่บรรจุอยู่ภายใน เชื่อมโยงจิตของเรากับจิตของผู้ปลุกเสกให้ถึงกัน และเป็นการรับรู้เมื่อต้องการความช่วยเหลือย่อมระลึกถึงได้ โดยคำรวมนี้อาจใช้เรียกพระเครื่อง หรือของมงคลอย่างอื่นด้วย เช่น ตะกรุด ผ้ายันต์ แหวนพระ สายสิญจน์ เป็นต้น

นอกเหนือจากพระคาถาในการอาราธนาพระเครื่องแล้ว ยังควรหมั่นภาวนาบทสวดมนต์หลัก เพื่อโน้มนำถึงคำสอนของ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ขัดเกลาจิตใจ ครองตนให้อยู่ในศีลในธรรม ทำความดีละเว้นความชั่ว เพราะไม่ว่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์ใดๆก็ไม่อาจจะคุ้มครองคนที่ประพฤติเลวได้


คาถาอาราธนา พระเครื่อง

นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมา สัมพุทธัสสะ ฯ ( 3 จบ )
พุทธังอาราธนาณัง ธัมมังอาราธนาณัง สังฆังอาราธนาณัง
พุทธังประสิทธิเม ธัมมังประสิมธิเม สังฆังประสิมธิเม
พุทธธังรักษา ธรรมมังรักษา สังฆังรักษา
รักษาตัวของข้าพเจ้าด้วยเถิด นะโมพุทธายะ


ความเป็นมาของการสวดมนต์

การสวดมนต์ มีความนิยมมาตั้งแต่ครั้งโบราณกาล แม้ในศาสนาพราหมณ์ ก็ได้นิยมสวดดังที่เรียกกันว่า สาธยายมนต์ ร่ายมนต์ เพื่อความทรงจำพระเวทบ้าง เพื่อสิริมงคลบ้าง ในทางพระพุทธศาสนา ก็มีการสวดสาธยายเช่นเดียวกัน ในชั้นต้นเพ่งเพียงสวดสาธยาย เพื่อความทรงจำหลักคำสอนที่เป็นพระพุทธวจนะเท่านั้น เมื่อชาวบ้านได้ยินพระสงฆ์สวดสาธยายก็พากันอนุโมทนา และได้ถือกันว่าการได้ยินได้ฟังพระสงฆ์สวดสาธยายเช่นนั้นเป็นสิริมงคล ซึ่งในสมัยนั้นยังไม่มีตำราที่จดจารึกเอาไว้ จึงต้องท่องจำให้ได้ด้วยวาจา

บทสวดในพระพุทธศาสนามีมากมาย พระภิกษุสามเณรและอุบาสกอุบาสิกา ถือเป็นหลักสำคัญอย่างหนึ่งในพระพุทธศาสนา ประโยชน์ของการสวดมนต์ไหว้พระที่เห็นได้ชัด มี ๓ ประการ คือ

1. เป็นปริตรป้องกันเหตุเภทภัยต่าง ๆ
2. เป็นการทรงจำคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าเอาไว้
3. เป็นกรรมฐานอบรมจิตใจของตน ทั้งที่เป็นสมถะและวิปัสสนา

ด้วยเหตุทั้ง 3 ประการนี้ ที่ถือกันว่าเป็นสิริมงคล และสามารถที่จะป้องกันภัยอันตรายได้นั้น จึงพากันนิยมการสวดสาธยาย เป็นไปทั้งทางวัดและทางบ้าน ภิกษุสามเณร และอุบาสกอุบาสิกาได้สวดเป็นประจำ เช่น ทำวัตรไหว้พระ เป็นต้น ในบางสมัยเมื่อปรารภเหตุอย่างใดอย่างหนึ่งขึ้น ก็อาราธนาพระสงฆ์สวดเพื่อสิริมงคลบ้าง เพื่อเจริญความสังเวชบ้าง เมื่อมีความนิยมมากขึ้น ต่อมาก็เลยนิยมเป็นพิธีทั้งในพระราชพิธี และพิธีของปวงชนทั่วไป

การสวดมนต์เมื่อครั้งพุทธกาล

การสวดมนต์ ได้มีเกิดขึ้นตั้งแต่สมัยพระพุทธเจ้ายังทรงพระชนม์ชีพอยู่ มีบัญญัติในพระวินัยของนางภิกษุณีก็มี เช่น ห้ามนางภิกษุณี และทรงห้ามพระภิกษุเรียนเดรัจฉานวิชา แต่ให้เรียนปริตรป้องกันเหตุเภทภัยต่างๆ เมื่อมีเหตุการณ์อย่างใดอย่างหนึ่งเกิดขึ้น พระสงฆ์ก็ใช้สวดสาธยายพระพุทธวจนะนั้นตามสมควรแก่เหตุการณ์

ดังมีเรื่องเล่าว่าเมื่อคราวเมืองเวสาลีเกิดโรคระบาด ทำให้คนและสัตว์ตายเป็นอันมาก พระอานนท์ ได้ไปยังที่นั้นแล้วสวดรตนสูตร โรคนั้นก็ระงับไป หรือเมื่อสมัยหนึ่งพระผู้มีพระภาคทรงประชวร โปรดให้พระจุนทเถระสวดโพชฌงคสูตรถวาย หรือครั้งหนึ่งพวกภิกษุไปบำเพ็ญสมณธรรมอยู่ป่า ถูกพวกอมนุษย์รบกวน กลับมาเฝ้ากราบทูลพระผู้มีพระภาค พระองค์โปรดให้สวดกรณียเมตตสูตร แล้วอยู่ต่อไป ภัยเหล่านั้นก็ไม่มี หรือเมื่อพระโมคคัลลานะและพระมหากัสสปะเป็นไข้หนัก พระพุทธเจ้าได้สวดโพชฌงคสูตร ให้สดับแล้วหายจากโรคภัยไข้เจ็บ เป็นต้น


บทสวดมนต์


รวมบทสวดเจริญพระพุทธมนต์ พระปริตร


รวมบทสวดพระปริตร 12 ตำนาน


รวมบทสวดมนต์ประจำวันเกิด


พระคาถาบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์


พระคาถาต่างๆ


หากข้อมูลนี้มีความผิดพลาดประการใดหรือละเมิดต่อสิทธิของท่าน โปรดแจ้งมาที่ phopprashop@gmail.com