พุทธพาณิชย์คืออะไร

“พุทธพาณิชย์” แท้จริงแล้วเป็นคำใหม่ที่คนไทยสร้างขึ้น เพราะในสมัยโบราณนั้นไม่มีพุทธพาณิชย์ โดยสมัยนั้นพระเครื่องเป็นของแจกฟรี หลวงปู่ครูบาอาจารย์จะแจกให้เอาไปบูชาเพื่อเป็นกุศโลบาย ให้ญาติโยมได้หมั่นทำบุญสร้างกุศล สวดมนต์ไหว้พระบ้าง แจกให้เพื่อเป็นกำลังใจและคอยคุ้มครองเวลาออกศึกสงครามต่างๆบ้าง หรือแจกเพื่อเป็นการสืบทอดพระพุทธศาสนา เพื่อเผยแพร่พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ให้คนทั่วไปได้รู้จักต่อไปบ้าง

พุทธพาณิชย์คืออะไร

เมื่อก่อนถ้าอยากได้พระเครื่องก็ไปขอที่วัดหรือขอแลกพระเครื่องที่มีอยู่กับเพื่อนๆ ไม่มีการคิดราคาค่างวดอะไร แต่เมื่อกาลเวลาผ่านไปถึงยุคปัจจุบันพระเครื่องต่างๆเริ่มหายากมากขึ้น ในขณะที่คนอยากได้ก็มีมากขึ้น จึงทำให้เริ่มมีการตีค่าของพระเครื่อง หายากมาก มีความนิยมและต้องการสูง ราคาก็แพงมาก จนกลายเป็นเรื่องของธุรกิจและพาณิชย์เกิดขึ้น นั่นคือที่มาของ พุทธพาณิชย์ แปลได้ง่ายๆว่า การขายพระ นั่นเอง

คำว่า การขายพระ เหมาะสมหรือไม่ และบาปไหมถ้าจะเอาพระไปขาย

ต้องดูที่เจตนาของผู้ทำพุทธพาณิชย์ด้วย ว่ามีเจตนาไม่บริสุทธิ์ในการขาย ไม่มีศีลมีธรรมในการประกอบอาชีพ เช่น ขายพระปลอมรู้ทั้งรู้ว่าปลอมก็ยังขาย ขายพระเครื่องราคาแพงมากเกินไป หลอกลวงต้มตุ๋น หรือเมื่อได้เงินมาแล้ว นำเงินจากการขายพระมาใช้จ่ายในทางอกุศล เช่น เอาเงินไปเที่ยวกลางคืน กินเหล้า สร้างอิทธิพลเถื่อน ฯลฯ ถ้าเป็นพุทธพาณิชย์ในลักษณะนี้ ก็ถือว่าไม่เป็น สัมมาอาชีวะ คือการเลี้ยงชีพชอบ ย่อมไม่เหมาะสมและได้แต่บาปกรรมไปเต็มประตู เพราะเอาของที่เป็นบุญเป็นกุศลไปใช้ในทางอกุศล ดังนั้นแล้วจะเห็นเซียนพระหลายคนที่ขายไปโกงไป ตอนแรกก็อาจจะรวยเพราะขายพระได้เยอะ แต่เมื่อถึงเวลาที่บุญกุศลตัวเองในอดีตชาติที่ได้สั่งสมไว้หมดลงแล้ว เราจะเห็นว่าแต่ละคนเสื่อมและตกต่ำในชนิดที่ว่าแทบจะหาที่อยู่ในโลกนี้ไม่ได้ บางคนตกต่ำกลายเป็นขอทานข้างถนนก็มี

เพราะฉะนั้นถ้าต้องการจะขายพระแบบพุทธพาณิชย์จริงๆแล้ว ก็ต้องมีวิธีการปฏิบัติให้ถูกต้องด้วย คือต้องขายด้วยความเป็นผู้รู้ (พุทธะ) ขายแล้วต้องสร้างความเป็นพุทธะให้เกิดขึ้นทั้งแก่ตนและลูกค้าด้วย นั่นคือเจตนาในการขายต้องทำให้บริสุทธิ์ ต้องอยู่ในสัมมาอาชีวะ ขายด้วยความมีศีลมีธรรม อย่าหลอกลวงต้มตุ๋น อย่าขายเกินราคาไปมาก อย่าเอาของปลอมมาขาย อย่าได้เจตนาหลอกลวงขายของปลอมเป็นอันขาด ถ้าไม่เจตนาไม่รู้ว่าปลอมไม่เป็นไร แต่ถ้าทำโดยที่รู้ทั้งรู้ จะเป็นบาปหนักอย่างแน่นอน เพราะคนที่เอาไปใช้เขาก็หวังพึ่งพุทธคุณของพระ ถ้าเราเอาของปลอมไปขายก็เท่ากับการสร้างบาปสร้างกรรมให้กับคนๆนั้นไปด้วย เขาเอาไปให้ลูกหลานใช้สืบต่อกันไปโดยไม่รู้ว่าปลอมก็จะเป็นบาปต่อเนื่องกันไปไม่สิ้นสุด รู้ไปถึงไหนก็เสียไปถึงนั่น ความเสื่อมก็จะเกิดขึ้นกับคุณทันที


→ รู้มั้ย ทำไมต้องปลอมพระ ดูได้ที่นี่


เพราะฉะนั้นต้องเอาของแท้ ต้องขายของแท้ ถ้าไม่รู้ดูไม่ขาดจริงๆก็ขอให้พยายามศึกษาให้มาก ดูให้มาก ไม่มั่นใจอย่าขาย หรือถ้าพลาดก็ควรจะรับคืน จะหักราคาอะไรก็ว่ากันไปตามอุปสงค์อุปทานของการขายพระ แต่อย่าขายของปลอมโดยเจตนาเป็นอันขาด

พุทธพาณิชย์คืออะไร
สนามพระคราคร่ำไปด้วยผู้คน ของเก๊ของแท้ปะปนกันไปทั่ว อาศัยว่าต้องดูพระเป็น

นอกจากนี้เมื่อขายพระอย่าขายเฉยๆ แต่ต้องศึกษาเรียนรู้ว่าพระนั้นมาจากไหน หลวงปู่ครูบาอาจารย์ที่สร้างมาเป็นอย่างไร ท่านสอนธรรมะอันใดบ้าง อย่าขายแต่เพียงว่าพระนี้มีตำหนิตรงนั้นตรงนี้ แต่ให้ขายแล้วแนะนำว่าคุณเอาไปสวดมนต์ภาวนานะ เอาไปแล้วมันรักษาศีลนะ หลวงปู่องค์นี้ท่านเคยสอนธรรมะไว้อย่างนั้นอย่างนี้ เล่าให้ลูกค้าฟังจึงจะเป็นการขายพระที่ถูกต้องไม่ผิดจากวัตถุประสงค์เดิมของหลวงปู่ครูบาอาจารย์ผู้สร้างพระเครื่อง ที่สร้างเพื่อเป็นกุศโลบายโน้มน้าวให้คนหันมาทำบุญสร้างกุศล ขายพระแบบนี้จึงเป็นการขายที่ได้บุญกุศลเพิ่มเป็นเท่าทวีคูณ ได้เผยแผ่ธรรมะได้ชักชวนให้ผู้คนได้ทำบุญกุศลกัน

ส่วนเงินที่ได้จากการขายพระ เราถือเป็น หนี้สงฆ์ อยู่ เพราะเราเอาพระเครื่องซึ่งเดิมเป็นของที่หลวงปู่หลวงพ่อท่านแจกฟรี หรือเป็นของที่สร้างขึ้นเพื่อนำเงินที่ได้จากการเช่าบูชาไปทำบุญ แต่เราเอามาขายเงินเข้ากระเป๋าตัวเอง เพราะฉะนั้นเมื่อใดก็ตามที่ขายพระ คุณเป็นหนี้สงฆ์ทันที ดังนั้นเงินที่ได้จากการขายพระเราควรจะต้องแบ่งไว้จำนวนหนึ่ง เพื่อชำระหนี้สงฆ์ โดยนำเงินที่ได้ส่วนหนึ่งนั้นเอาไปทำบุญอยู่เสมอ อาจจะนำไปทำบุญที่วัดที่เราเอาพระของท่านมาขาย หรือเอาไปทำบุญวัดใดก็ได้ แล้วตั้งจิตว่า “ลูกขอชำระหนี้สงฆ์ กรรมใดที่เกิดจากการขายพระด้วยเจตนาหรือไม่เจตนาก็ดี ลูกขอขมาในกรรมที่ได้สร้างนั้นด้วย ลูกขอทำบุญอุทิศกุศลถวายบูชาพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ หลวงปู่ครูบาอาจารย์ เทพพรหมที่ดูแลรักษาพระเครื่องเหล่านั้นอยู่ ขอท่านทั้งหลายโปรดมาอนุโมทนาในการสร้างบุญของลูกในครั้งนี้และดูแลรักษาลูกให้ประสบแต่ความสุขความเจริญ” อะไรก็ว่าไปและที่สำคัญคืออย่าได้นำเงินที่ได้จากการขายพระไปทำสิ่งเป็นอกุศลเป็นเด็ดขาด เพราะจะเกิดเป็นบาปกรรมร้อยเท่าทวีคูณกว่าได้เงินจากบุญกุศลจากพลังงานของพระ

เพราะฉะนั้นในการขายพระ ให้คำนึงถึง 3 ประการนี้ คือ

1. อย่าเจตนาขายพระเก๊ พระปลอมเป็นอันขาด
2. เมื่อจะขายต้องแนะนำให้ลูกค้าได้ธรรมะได้บุญกุศลด้วย
3. เงินที่ได้จากการขายพระ ต้องแบ่งส่วนหนึ่งไปทำบุญชำระหนี้สงฆ์ด้วยทุกครั้ง ตามแต่ความสะดวกและห้ามนำเงินไปใช้ในทางอกุศลอย่างเด็ดขาด

หากทำได้ 3 ข้อนี้ การขายพระของคุณก็จะไม่เป็นบาป มีแต่จะสร้างบุญกุศล ความสุขความเจริญย่อมเกิดขึ้นทั้งต่อตนเองและผู้อื่น เป็นพุทธพาณิชย์ที่ถูกต้องสมบูรณ์ คือขายด้วยความรู้ เป็นผู้รู้ เพื่อเข้าถึงความเป็นพุทธะ คือ ผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน อย่างแท้จริง

ขอบคุณข้อมูล
– ดร.รอบทิศ ไวยสุศรี แฟนพันธุ์แท้พระเกจิคณาจารย์ ปี 2006
– หนังสือตอบโจทย์พระเครื่อง รู้เรื่องของขลัง ของสำนักพิมพ์ ND Publishing


หากข้อมูลนี้มีความผิดพลาดประการใดหรือละเมิดต่อสิทธิของท่าน โปรดแจ้งมาที่ phopprashop@gmail.com