ทำเนียบพระพุทธรูป

** กำลังปรับปรุงข้อมูล **

ต้นกำเนิดพระพุทธรูป

ตามข้อมูลที่บันทึกไว้ กล่าวถึงเมื่อครั้งพระพุทธเจ้าเสด็จดับขันธ์ปรินิพพานไปแล้ว ผู้ที่เลื่อมใสในพุทธศาสนา อยากจะมีสิ่งที่จะทำให้ระลึกถึง หรือเป็นสัญญลักษณ์ขององค์ศาสดา เพื่อที่จะบอกกล่าวเล่าขาน เรื่องราวขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ที่พระองค์ทรงศึกษาค้นคว้าหาทางดับทุกข์ และทรงชี้แนะสอนสั่งผู้คน ถึงการปฏิบัติเพื่อให้บรรลุถึงความเป็นอยู่ ที่ก่อให้เกิดความผาสุกในหมู่มวลมนุษย์และสิ่งมีชีวิตในโลก

คราวแรกนั้นชาวพุทธก็ได้แต่นำเอาสิ่งของอันได้แก่ ดิน น้ำ และกิ่ง ก้าน ใบโพธิ์ จากบริเวณสังเวชนียสถาน 4 แห่ง คือ สถานที่ประสูติ (ลุมพินีวัน), ตรัสรู้ (พุทธคยา), ปฐมเทศนา (สารนาถ) และปรินิพพาน (กุสินารา) เก็บมาไว้เป็นที่ระลึกบูชาคุณพระพุทธเจ้า

ส่วนการสร้างพระพุทธรูปจริงๆนั้น ตามประวัติที่ค้นพบ เริ่มมีการสร้างขึ้นมาตั้งแต่ระหว่าง พ.ศ.500-550 เมื่อชาวกรีก ที่ชาวชมพูทวีป (อินเดียโบราณ) เรียกชาวต่างแดนว่า “โยนา” หรือ “โยนก” โดยพระเจ้าเมนันเดอร์ที่ 1 หรือ พระยามิลินท์ กษัตริย์เชื้อสายกรีก ยกทัพกรีกเข้ามาครอบครองแคว้นคันธารราฐ (ปัจจุบันเป็นดินแดนของอัฟกานิสถาน) จากนั้นพระองค์ก็แผ่อาณาเขตไปทั่วบริเวณด้านตะวันตกเฉียงเหนือของชมพูทวีป และสร้างเมืองหลวงเป็นที่ประทับ ณ เมืองสากล

หลังจากที่ได้พบพระสงฆ์ท่านหนึ่งนามว่า “นาคเสน” จึงมีเรื่องราวแห่งการตั้งคำถามของพระเจ้ามิลินท์ต่อพระนาคเสน จนทำให้พระเจ้ามิลินท์ ทรงเลื่อมใสในพระพุทธศาสนา (คำถามคำตอบปุจฉาวิสัชนา ซึ่งถูกเขียนบันทึกเป็นหนังสือและแปลเป็นภาษาต่างๆ ที่มีชื่อเสียงมาก เรื่องนี้ก็คือ มิลินทปัญหา)

จึงได้มีการสร้างสถาปัตยกรรม และประติมากรรมทางพุทธศาสนามากมายในแคว้นคันธารราฐ ซึ่งการสร้างพระพุทธรูปนั้นมีลักษณะต่างๆ ตามพุทธประวัติ (ปางพระพุทธรูป) และพระพุทธรูปองค์แรกจึงเกิดขึ้นในสมัยของพระเจ้ามิลินท์ หรือเมนันเดอร์ที่ 1 ชาวกรีกที่มาครอบครองแคว้นคันธารราฐนั่นเอง

พระพุทธรูปที่เกิดขึ้นครั้งแรก จึงเรียกรูปแบบของพระพุทธรูปนี้ว่า “แบบคันธารราฐ” โดยถ่ายแบบอย่างเทวรูปที่พวกชาวกรีกนับถือกันในยุโรปมาสร้าง พระพุทธรูปแบบคันธารราฐจึงมีใบหน้าเหมือนฝรั่งชาวกรีก จีวรก็เป็นริ้วเหมือนเครื่องนุ่งห่มของเทวรูปกรีก อย่างที่เราพบเห็น

จากอดีตจนถึงปัจจุบัน ได้มีการถ่ายทอดพระพุทธรูปมาหลายสมัย โดยพุทธศิลป์ของพระพุทธรูป เกิดจากการผสมผสานการแผ่อิทธิพลทางด้านศิลปะ ด้านการเมือง การปกครอง วัฒนธรรมต่างๆ ฯลฯ ในแต่ละช่วงยุคนั้นๆ ทำให้พุทธศิลป์แต่ละยุคจึงแตกต่างกันในรายละเอียด ซึ่งก็เป็นเรื่องที่ต้องศึกษากันต่อไป