ลูกสะกด

** กำลังปรับปรุงข้อมูล **

ลูกสะกด

หมายถึงลูกประคำที่ใช้เป็นลูกขั้นมีสัณฐานกลมเกลี้ยงซึ่งส่วนใหญ่มักจะนำลูกสะกดมาใช้ขั้นหัวของตะกรุดเวลาที่คาดเอวเพื่อป้องกันไม่ให้หัวตะกรุดบิ่นหักยุคไปแต่การสร้างลูกสะกดจริงๆนั้นไม่ใช่เพียงนำอะไรมาสร้างก็ได้เพื่อใช้ขั้นหัวตะกรุดแต่ลูกสะกดมีวิธีการสร้างเข็มฝังลึกซึ้งหลายขั้นตอนเช่นผู้สร้างลูกสะกดจะต้องนำตะกั่วมาล้อมจนละลายแล้วเทลงไปบนฐานโลหะให้เป็นแผ่นแล้วจารอักขระเลขยันต์คาถาประสิทธิ์วิชาต่างๆลงไปเมื่อเสร็จแล้วก็นำแผ่นตะกั่วนั้นมาหลอมแล้วเทเป็นแผ่น แล้วก็จารอักขระเลขยันต์ลงไปอีกล้อมใหม่จานใหม่ครับผมไปมาให้ได้ 9 ครั้งหรือบางครั้งก็ 108 ครั้งและตำราของครูบาอาจารย์ต่างๆเสร็จแล้วจึงนำไปหลอมเทออกมาให้เป็นเม็ดกลมแล้วเจาะรูตรงกลางเพื่อที่จะได้ร้อยเชือกตะกรุดได้ต่อไปเพราะฉะนั้นลูกสะกดจึงถือเป็นเครื่องรางชั้นสูงที่ผ่านการลงอักขระลบผมไปมานับครั้งไม่ถ้วนเพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าศักดิ์สิทธิ์สูงสุดโดยอาจจะทำจากโลหะต่างๆเช่นตะกั่วบ้างนวโลหะบ้างเมฆสิทธิ์บ้างหรือบางสำนักก็จะทำด้วยไม้ก็มีเช่นหลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่าจะใช้ไม้หัวรอดหรือไม้หัวกลอนมาทำเป็นลูกสะกด

นอกจากนี้ในบางตำราลูกสะกดยังเป็นเครื่องมือทำกรรมฐานชั้นสูงคือใช้ลูกสะกดเป็นเครื่องกำหนดสมาธิในสายผู้ทำกรรมฐานแบบลำดับมัชฌิมาซึ่งเป็นกรรมฐานที่มีมาตั้งแต่สมัยพระราหุลสืบต่อเรื่อยมาจนถึงพระสังฆราชสุกไก่เถื่อนแห่งวัดพลับหรือวัดราชสิทธารามโดยมีจุดเริ่มต้นมาจากในสมัยพระราหุลกำลังบำเพ็ญภาวนาอยู่เกิดบังเอิญมีกิ่งไม้หักลงมาเสียงดังพระภิกษุบางรูปตกใจบางรูปก็ไม่ตกใจพระราหุลเห็นดังนั้นจึงทราบว่าพระบางรูปจิตกล้าแข็งก็มีบางรูปจิตอ่อนไหวก็มีท่านจึงได้ทดลองทำการฝึกสมาธิโดยระหว่างการฝึกจะมีการใช้ไม้เคาะให้เกิดเสียงดังขึ้น เพื่อจะใช้พิจารณาว่าพระแต่ละรูปจิตเข้าถึงสมาธิดีหรือยังเพราะถ้าเข้าถึงสมาธินิ่งดีแล้วก็จะไม่ตกใจหวั่นไหวต่อสิ่งใดๆทั้งสิ้นและระหว่างที่คอแต่ละครั้งก็จะให้พระท่านเลื่อนตำแหน่งผิดปิติให้สูงขึ้นไปทีละขั้นทีละขั้นจนกว่าจิตจะสงบไม่สะดุ้งสะเทือนต่อสิ่งใดๆต่อมาจะมีการเปลี่ยนจากใช้ไม้เคาะมาเป็นใช้ลูกดินเผาหรือลูกโลหะต่างๆซึ่งเรียกว่าลูกสะกดโดยเอาลูกสะกดเรานั้นมาเจาะรูตรงกลางเอาไม้มาเสียบไว้แล้วเอาไม้ที่มีลูกสะกดไปปักในเทียนเป็นช่วงๆไปตามลำดับความสูงของเทียน จากนั้นก็จะนำเทียนนั้นมาตั้งไว้บนไม้ตีนกาซึ่งเป็นไม้สามง่ามที่สามารถวางไว้บนปากบาทได้

แล้วจึงจุดเทียนนั่งกรรมฐานเมื่อนั่งทำกรรมฐานไปได้ระยะหนึ่งก็จะละลายไปเรื่อยๆจนถึงไม้ที่เสียบลูกสะกดลูกแรกลูกสะกดนั้นก็จะตกลงสู่ว่าเสียงดังสนั่นกังวานผู้ปฏิบัติก็จะรู้ทันทีว่าเสียงมาแล้วถ้ายังมีความสะดุ้งสะเทือนตกใจอยู่แสดงว่ายังไม่เข้าถึงสมาธิก็จะฝึกต่อไปหรือผู้ที่เข้าถึงแล้วก็จะต้องบำเพ็ญสมาธิเพิ่มกำลังปิติให้สูงขึ้นไปตามลำดับไปเรื่อยๆลูกที่ 1 ก็สมาธิขั้นที่ 1 ลูกที่สองก็เพิ่มขึ้นไปทีละขั้นเพิ่มไปเรื่อยๆจนเรียกว่ากรรมฐานแบบลำดับ ส่วนสาเหตุที่เรียกลูกสะกดก็เพราะว่าเป็นลูกโลหะที่ทำไว้ฝึกฝนสมาธิสะกดจิตใจไม่หวั่นไหวสั่นสะเทือนไปกับเสียงรบกวนหรือสิ่งน่าตกใจใดๆทั้งปวง

ดังนั้นลูกสะกดในลักษณะนี้จึงถือเป็นเครื่องฝึกกรรมฐานชั้นสูงเป็นเครื่องมือแห่งบุญกุศลอีกทั้งลูกสะกดนั้นยังถูกนำมาควรใช้นับครั้งไม่ถ้วนในการฝึกสมาธิภาวนาขั้นสูงจึงทำให้ลูกสะกดนั้นได้รับการประสิทธิ์กำลังจิตความศักดิ์สิทธิ์จากการปฏิบัติภาวนานั้นไปด้วยตลอดเวลาลูกสะกดเรานั้นจึงมีความสูงส่งในตัวเองและด้วยรูปลักษณ์การใช้งานที่ถูกใช้เพื่อฝึกสมาธิสะกดจิตใจไม่ให้หวั่นไหวต่อเสียงหรือสิ่งน่าตกใจทั้งปวงจึงทำให้ลูกสะกดเรานั้นถูกบรรจุลังงานพุทธคุณไปใช้ในทางสะกดสิ่งไม่ดีต่างๆไว้ไม่ว่าจะเป็นคุณไสยมนต์ดำภูตผีปีศาจสิ่งชั่วร้ายภยันตรายทั้งหลายทั้งปวงเพราะฉะนั้นลูกสะกดจึงไม่ใช่ เพียงเครื่องรางที่ทำไว้คั่นหูตะกรุดเพียงอย่างเดียวแต่ยังเป็นเครื่องปฏิบัติกรรมฐานชั้นสูงเพื่อฝึกจิตใจให้สะกดกลั้นต่อกิเลสทั้งปวงดังนั้นหากผู้นำลูกสะกดไปใช้รู้ถึงความลึกซึ้งในการสร้างลูกสะกดนี้แล้วนำไปใช้เพื่อสวดมนต์ไหว้พระใช้เป็นกำลังใจในการปฏิบัติภาวนาลูกสะกดนั้นก็จะไม่เพียงช่วยสะกดภูตผีเภทภัยใดๆไม่ให้ทำร้ายอันตรายเราได้แต่ยังช่วยสะกดกิเลสหาวิชาความเศร้าหมองทั้งหลายทั้งปวงให้เกิดขึ้นกับเราด้วยซึ่งถือเป็นกลวิธีในการใช้ลูกสะกดในระดับสูงสุด